แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งตั้งกรรมการสอบกรณีรถทหารขนเหล้าเถื่อน ย้ำให้ลงโทษสถานหนัก โดยจะไม่มีการละเว้นโทษทั้งอาญาและวินัย เพราะถือเป็นทำลายภาพลักษณ์กองทัพและประเทศชาติ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 เข้าทำการจับกุมรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อนิสสัน สีเขียว หมายเลขทะเบียน ตรากงจักร 6193 ที่จอดอยู่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบผู้ขับขี่ ผลจากการตรวจค้นพบสุราต่างประเทศ ลักลอบหนีภาษีศุลกากรยี่ห้อต่างๆ รวม 318 กล่อง บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษจำนวนมาก วางอยู่ในกระบะบรรทุกของรถ มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 57 ที่ผ่านมานั้น

พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้หน่วยตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อทำการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว ก็จะมีมาตรการในการลงทัณฑ์สถานหนัก นอกจากประมวลกฎหมายอาญาทหารแล้ว อาญาบ้านเมืองก็จะไม่มีการละเว้นเช่นกัน ที่ผ่านมานโยบายในการแก้ปัญหาภัยแทรกซ้อน ก็มีแนวทางที่ชัดเจน และเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ให้มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 มีนโยบายที่มีความชัดเจน ที่จะทำให้กำลังพลให้มีความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการทำประวัติบุคคล หรือ รปค.1 อย่างละเอียด ในเรื่องของการตรวจสอบพฤติกรรมในทางลับ และทางเปิดเผย หากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม สิ่งแรกก็คือจะต้องส่งตัวกลับไปยังหน่วยต้นสังกัดโดยทันที และให้มีการตั้งกรรมการสอบสวน ถ้าพบว่ามีความผิดก็จะมีมาตรการในการลงทัณฑ์

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำความผิดจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อนโยบายของรัฐบาล และขัดต่อคำสั่งของทางแม่ทัพภาคที่ 4 จะมีมาตรการในการลงโทษขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน และผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นก็ต้องเข้าไปกำกับดูแล ซึ่งในเรื่องนี้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ ทางกองทัพจะไม่มีการปกป้องผู้ที่กระทำความผิดโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าผู้ที่กระทำผิดดังกล่าว ถือเป็นการทำลายภาพพจน์ และทำลายภาพลักษณ์ของทางกองทัพ รวมทั้งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของระบบราชการ และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศชาติอย่างร้ายแรง ซึ่งทางกองทัพจะได้รีบดำเนินการเพื่อหาข้อยุติ และจัดการขั้นเด็ดขาดต่อผู้กระทำความผิดต่อไป.