เพลิงไหม้วิหาร! วัดเก่าแก่ที่อุบล

เพลิงไหม้วิหารวัดดังเมืองดอกบัว ที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออายุหลายร้อยปี ขณะเจ้าอาวาสจำวัดในกุฏิรับแจ้งจากพระลูกวัดมีไฟไหม้เลยระดมชาวบ้านใกล้เคียงนำน้ำไปสกัดเปลวเพลิง ส่งผลให้ไฟไหม้แค่พรมรองพื้น โต๊ะหมู่บูชา และฐานพระพุทธรูปเล็กน้อย ส่วนตัวองค์พระถูกคราบเขม่าควันไฟดำเกือบทั้งองค์ แต่ไม่มีรอยไฟไหม้ ตำรวจคาดว่าหลังปิดให้ชาวบ้านกราบไหว้อาจดับธูปเทียนไม่สนิทจนคุกรุ่นลุกลาม เคราะห์ดีที่ดับไฟได้ทัน

เหตุเพลิงไหม้พระพุทธรูปอายุเก่าแก่หลายร้อยปีภายในวิหารวัดดังเมืองดอกบัวครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. พ.ต.ท.ถนอม ศิริโรจน์ธนสาร พงส.ผนพ.สภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้วิหารวัดพระโต บ้านปากแซง หมู่ 3 ต.พะลาน ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา จะบัง ผกก.สภ.นาตาล และนายอนิรุทธ ด่านศิละวานิชย์ นายอำเภอนาตาล และนางจำปี คุณพาที ผู้ใหญ่บ้านปากแซง พบวัดดังกล่าวอยู่ริมแม่น้ำโขง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ปางมารวิชัย อายุหลายร้อยปี สร้างด้วยอิฐผสมปูนขาวขนาดหน้าตัก 2.90 เมตร สูง 4.36 เมตร

เมื่อไปถึงพบพระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าอาวาสวัดพระโต เจ้าคณะอำเภอนาตาล พร้อมพระลูกวัดและชาวบ้านช่วยกันนำน้ำมาดับไฟหมดแล้ว ตรวจสอบพบร่องรอยโต๊ะหมู่บูชาใช้จุดธูปเทียนบูชาพระข้าวของและพรมปูพื้นถูกไฟไหม้เสียหายจนหมด ฐานองค์พระได้รับความเสียหายเล็กน้อย กลุ่มควันไฟลอยไปติดภาพวาดฝาผนัง นอกจากนี้ เขม่าควันยังติดองค์พระจนเป็นครอบดำเกือบทั้งองค์ แต่ไม่มีร่องรอยองค์พระถูกเปลวไฟแต่อย่างใด

สอบถามพระครูพุทธวราธิคุณทราบว่า ทุกวันจะเปิดให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อตั้งแต่เช้ายันค่ำและช่วงกลางคืนจะปิดประตูตามปกติ ตกดึกขณะจำวัดอยู่ภายในกุฏิมีพระลูกวัดมาบอกว่าไฟไหม้วิหาร จึงรีบไปดูและช่วยกันนำน้ำไปดับไฟ มีชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยอีกแรง ความเสียหายต่อองค์พระไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อมีอายุเก่าแก่มาก เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านหลายชั่วอายุคน โดยในวันที่ 15 ธ.ค.วัดได้ว่าจ้างช่างมาบูรณะและมีกำหนดจัดงานประจำปีในเดือนหน้า แต่ก็มาเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเสียก่อน

...

สำหรับพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั้งคนไทยและชาวลาว แต่ละวันมีชาวบ้านทั้งสองฝั่งมากราบไหว้จำนวนมาก เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการจุดธูปเทียนบูชาที่อาจดับไม่สนิท ทำให้ไฟคุกรุ่นลุกลามไหม้โต๊ะหมู่บูชา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจหาสาเหตุของเพลิงไหม้อีกครั้ง