ตร.เร่งสอบพยาน-รวบรวมหลักฐาน ส่งสำนวนให้อัยการสั่งคดี ยิงอัยการอาวุโสแล้ว ใน 2 ปมขัดแย้งธุรกิจ-เรื่องส่วนตัว ขณะภรรยาผู้ตาย โผล่ขอรับศพไปบำเบ็ญกุศลที่วัดใน กทม.

วันที่ 10 ธ.ค. ความคืบหน้าคดี นายพนอ หรือ นอ บ่อสะอาด อายุ 52 ปี ใช้อาวุธปืนยิง นายชัยณรงค์ เชาว์ดี อายุ 65 ปี อัยการอาวุโสประจำสำนักงานคดีแรงงานภาค 7 และนางนวพรรณ หรือ ทราย แสนสม อายุ 38 ปี ที่บ้านพักเลขที่ 45 หมู่ 7 ต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ทำให้ทั้งสองเสียชีวิต

หลังก่อเหตุ นายพะนอ ได้ยิงตัวตายหลังบ้านที่เกิดเหตุ โดยเมื่อเวลา 14.30 น. ของวันที่ 10 ธ.ค. 2557 พ.ต.อ.พิพัฒน์ รุ่งสัมพันธ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับการสอบสวนว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนและ ตร.วิทยาการกับแพทย์จาก รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุชันสูตรพลิกศพ โดยในเบื้องต้น เชื่อได้ว่า นายพนอเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายชัยณรงค์และนางนวพรรณจนเสียชีวิต และนายพะนอได้ยิงตัวตายตาม ดังนั้น ทางพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ได้สอบปากคำพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ และได้สอบปากคำญาติของนายชัยณรงค์แล้ว

ในส่วนของรูปคดีในเมื่อผู้ก่อเหตุเสียชีวิต ในส่วนของคดีอาญาพนักงานสอบสวน จึงส่งศพทั้งสามศพให้ทางสถาบันนิติเวช ตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและรายละเอียดต่างๆ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อพนักงานอัยการต่อไป ส่วนประเด็นการสอบสวนเบื้องต้นได้ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจและปมความขัดแย้งส่วนตัว โดยการสอบปากคำพยานหลายปากทราบว่า น่าจะเกี่ยวข้องกันทั้งสองประเด็น โดยในส่วนของนายชัยณรงค์ น่าจะมีความใกล้ชิดกับนางนวพรรณ และนางนวพรรณน่าจะเป็นหุ้นส่วนกับนายพนอในการทำธุรกิจร่วมกัน ดังนั้น จึงทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การลงมือยิงในครั้งนี้

ส่วน พ.ต.อ.ชูยศ ทองอยู่ ผกก.สภ.ท่าม่วง กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของการจัดการศพของนายชัยณรงค์ หลังเกิดเหตุ ทางภรรยาของนายชัยณรงค์ พร้อมญาติที่อยู่ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้เดินทางมาดูศพที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 และให้ปากคำไว้แล้ว และได้ขอรับศพไปดำเนินการตามศาสนาต่อไป แต่ทางพนักงานสอบสวน ต้องส่งศพไปให้ทางนิติเวชตรวจพิสูจน์ก่อน จากนั้นจึงอนุญาตให้ภรรยาของนายชัยณรงค์ไปรับศพ เพื่อไปดำเนินการตามประเพณี โดยทราบว่านำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดใน กทม.