เปิดกรุ ‘พงศ์พัฒน์’ ภาพล้ำค่า ช่างหลวงสมัยร.3

ข่าว

    เปิดกรุ ‘พงศ์พัฒน์’ ภาพล้ำค่า ช่างหลวงสมัยร.3

    ไทยรัฐออนไลน์

    9 ธ.ค. 2557 02:20 น.

    กรมศิลป์งงซุกร้านของเก่าได้ไง สรุป2คดีอุ้ม ‘ทวง-ลดหนี้’ ส่งตร. ผบช.น.โต้เสี่ยนิคไม่ได้ยัดข้อหา

    สรุปสำนวน 2 คดีแก๊งอุ้มทวง-ลดหนี้แอบอ้างเบื้องสูง ให้ ตร. พิจารณาแล้ว ขณะที่ ผบช.น. สั่งเร่งตามล่า 3 ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งเสี่ยนิค-นพพร ศุภพิพัฒน์ มาดำเนินคดีให้ได้ พร้อมออกโรงป้องตำรวจลูกน้องท้องที่ สน.วัดพระยาไกรทำตามหน้าที่ ไม่มีปิดบังหลักฐานยัดข้อหาตามที่เสี่ยหมื่นล้านโวยผ่านสื่อออนไลน์ วันเดียวกัน ชุดสืบสวนคดีโปลิศจับตำรวจ พร้อมกรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าของเก่า ย่านปากเกร็ด เครือข่ายอดีต ผบช.ก.พบภาพวาดสีน้ำมันพุทธประวัติฝีมือช่างหลวง สมัย ร.3 ถึงกับอึ้งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

    การทลายเครือข่ายอดีต ผบช.ก.-พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พร้อมพวกที่แอบอ้างเบื้องสูงเปิดบ่อนการพนัน ซื้อขายตำแหน่ง และรับส่วยน้ำมันเถื่อน จนมีการย้ายและจับกุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง จากนั้นขยายผลจับกลุ่มเครือญาติอดีต ผบช.ก. แอบอ้างเบื้องสูงตั้งแก๊งทวงหนี้-ลดหนี้ จนมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีกหลายราย โดย 1 ในผู้จ้างวานใช้บริการแก๊งเครือข่ายอดีต ผบช.ก.ที่หนีไปตั้งหลักสู้คดีต่างประเทศ คือเสี่ยนิค-นายนพพร ศุภพิพัฒน์ นักธุรกิจพลังงานทดแทน รวยติดมหาเศรษฐีอันดับที่ 31 ของเมืองไทย โดยเจ้าตัวโพสต์ข้อความขอความเป็นธรรมผ่านเฟซบุ๊กอ้างเสียรู้ เสธ.เจี๊ยบ หรือ น.ท.ปริญญา รักวาทิน 1 ในผู้ต้องหาคนกลางที่ติดต่อแก๊งทวงหนี้ 3 พี่น้องมาเจรจากับผู้เสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

    โดยความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.กล่าวว่า ในคดีที่กลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่ทวงหนี้ 37 ล้านบาท ท้องที่ สน.พระโขนง และบังคับผู้เสียหายให้ลดค่าเสียหาย 120 ล้านบาท ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ยังคงหลบหนีมาดำเนินคดี ได้แก่ นายปรีชา ดาราไตร อายุ 45 ปี นายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ อายุ 45 ปี และนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี รวมทั้งให้ตรวจสอบแหล่งที่ซ่อนของนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้จ้างวานในคดีที่ สน.วัดพระยาไกร ส่วนกรณีที่นายนพพร ถ่ายภาพแสดงข้อความผ่านสื่อมวลชน ยังไม่สามารถบอกได้ถึงสถานที่หลบหนีเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน ตนเคยชี้แจงไปแล้วว่า ตามหลักฐานยังอยู่เมืองไทย แต่ทางการสืบสวนไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

    ต่อข้อถามที่ว่า ในการสอบปากคำ น.ท.ปริญญา เข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า นิยามว่าผู้มีอิทธิพลยังไม่เข้า ส่วนกรณีที่นายนพพร โพสต์ข้อความพาดพิงถึง สน.วัดพระยาไกร เรื่องปิดบังหลักฐานจนทำให้นายนพพรตกเป็นเหยื่อนั้น ได้เรียก พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก. สน.วัดพระยาไกร และ หัวหน้างานสอบสวนใน สน.วัดพระยาไกร มาชี้แจงตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. ยืนยันว่า ไม่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งนี้สำนวนคดีของ สน.พระโขนง และ สน. วัดพระยาไกร สามารถเร่งสรุปสำนวนได้ทันภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ เมื่อสรุปสำนวนเสร็จ จะส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีอำนาจในการพิจารณา สั่งคดีต่อไป

    วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 กล่าวว่า พนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีที่ สน.วัดพระยาไกร และ สน.พระโขนง ไปให้คณะพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พิจารณาแล้ว โดยไม่ได้นำสำนวนคดีที่ผู้ต้องหาก่อเหตุในพื้นที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มารวม และยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาอีก 3 คน ที่ยังจับกุมไม่ได้ ในคดีข่มขู่ทวงหนี้ 37 ล้านบาท ท้องที่ สน.พระโขนง มี 2 คน คือนายปรีชา ดาราไตร อายุ 44 ปี ผู้จ้างวาน และนายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ อายุ 45 ปี ผู้ติดต่อ และเจ้าของบ้านพาเหยื่อไปกักขัง ส่วนท้องที่ สน.วัดพระยาไกร มี 1 คน คือนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี จ้างให้ลดค่าเสียหาย ทั้งหมดอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี และยังไม่มีใครติดต่อเข้ามอบตัว ส่วนผู้ที่จะเข้ามอบตัวต้องไม่มีการต่อรองหรือเงื่อนไขเรื่องการประกันตัว หนีได้ก็หนีไป ตำรวจต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีอยู่แล้ว

    ส่วนกรณี น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือเจี๊ยบ อายุ 52 ปี ยื่นคำร้องขอประกันตัว พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า พนักงานสอบสวน บช.น. ส่งให้คณะพนักงานสอบสวน ตร. เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง โดยในสำนวน สอบสวนนั้นพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เสนอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ส่วนกรณีนายนพพร ศุภพิพัฒน์ มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ แถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์ขอความเป็นธรรม และระบุว่าพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ปกปิดและบิดเบือนหลักฐานเพื่อยัดข้อหานั้น ใครจะพูดอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะตามที่นายนพพร ระบุว่า น.ท.ปริญญาข่มขู่ขอเงิน 25 ล้านบาท จากการสอบสวน น.ท.ปริญญาระบุว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ นายนพพรควรเข้ามอบตัวสู้คดี และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนมากกว่า

    วันเดียวกัน พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ พงส.ผนพ.สน.วัดพระยาไกร คุมตัว น.ท.ปริญญา หรือเจี๊ยบ รักวาทิน อายุ 52 ปี เดินทางมาที่ศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-12 ธ.ค. เนื่องจากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบพยานเพิ่มเติม ด้านท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ยังได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาอาจหลบหนี โดยศาลอนุญาตตามคำร้อง โดย น.ท.ปริญญามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เจ้าหน้าราชทัณฑ์จะนำตัว น.ท.ปริญญาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

    ส่วนการตรวจสอบของกลางขุมทรัพย์อดีต ผบช.ก. ที่ตรวจพบและอายัดไว้ตามสถานที่ต่างๆนั้น เมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผบก.ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) นายสหภูมิ ภูมิธฤตรัฐ ผอ.สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร พร้อมหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นร้านสวงค์ แอนทิค เลขที่ 16/5 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นร้านค้าวัตถุโบราณ ซื้อขายและรับแลกเปลี่ยน โดยมีนางสวงค์ มุ่งเที่ยง 1 ในเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ที่ถูกจับกุมแล้ว เป็นเจ้าของร้าน ภายในร้านพบโบราณวัตถุต่างๆมากมาย เช่น พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย เสาหินทรายแกะสลักเทวรูปอายุนับพันปี ภาพวาดสีน้ำมันพุทธประวัติ ฝีมือช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 3 โคมไฟโบราณ ประตูโบราณ ซากสัตว์ป่า และของเก่าอื่นๆอีกหลายพันชิ้น

    นายสหภูมิเปิดเผยว่า จะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณของกรมศิลปากรมาตรวจพิสูจน์ เพื่อแยกประเภท จากนั้นจึงตรวจอายุ สมัยที่สร้าง และประเมินมูลค่าทรัพย์สินโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุแต่ละชิ้น โดยเฉพาะเสาหินทรายแกะสลักเทวรูปสมัยลพบุรี อายุนับพันปี และภาพวาดสีน้ำมันพุทธประวัติฝีมือช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นของหายากมากจะมีเฉพาะพระอารามหลวงเท่านั้น แปลกใจมากว่าของมีค่ามากมายมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามพระอารามหลวงว่าที่ใดมีภาพวาดนี้หายไปบ้าง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของกลาง มีวัตถุสิ่งเทียมโบราณปะปนอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า นางสวงค์เจ้าของร้านยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้าวัตถุโบราณและซากสัตว์ป่า เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตค้าวัตถุโบราณด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์เปิดกรุพงศ์พัฒน์ยึดทรัพย์พงศ์พัฒน์วัตถุโบราณสมบัติพงศ์พัฒน์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์กรมศิลปากรภาพวาดปริญญา รักวาทินเสธ.เจี๊ยบรัชกาลที่ 3

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 00:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์