พี่สาว-ญาติ และเพื่อนหนุ่มกุ๊กร้านอาหารญี่ปุ่น บนห้างดังภูเก็ต เข้าร้อง ตร. อ้างถูก ตร.ตั้งด่านตรวจ หวดกะโหลกแตกสาหัส นอนรักษาตัว ยังไม่ฟื้น หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.พ.ต.ท.เชาว์ ผอมนะ รอง.ผกก.ป. พ.ต.ต.กฤษณะ จันทร์นิตย์ สวป.สภ.เมืองภูเก็ต ได้ประชุมร่วมกับ นางอุมาพร เอียดสังข์ อายุ 39 ปี พี่สาวนายชัยณรงค์ ตรงต่อจิตร์ อายุ 25 ปี กุ๊กร้านอาหารญี่ปุ่นในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล อ.เมือง ที่ถูกคล้ายของแข็งตี หรือหวดเข้าที่บริเวณศีรษะจนกะโหลกแตก อาการสาหัส นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.วชิระภูเก็ต ขณะขี่รถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณจุดสกัดใกล้ประตูทางออกโรงเรียนสตรีภูเก็ต ถ.ดำรง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังญาติเข้าร้องขอความเป็นธรรม
โดยก่อนหน้านี้ มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ในข้อหาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว ซึ่งญาติและเพื่อนนายชัยณรงค์ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า ไม่ได้ตี หรือทำร้ายนายชัยณรงค์ โดยนายชัยณรงค์พยายามแหกด่านและรถล้มศีรษะฟาดพื้นจนมีบาดแผลแตก โดยอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เป็นผู้นำส่ง รพ.วชิระภูเก็ต
...
นางอุมาพร เอียดสังข์ พี่สาวนายชัยณรงค์ ตรงต่อจิตร์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนที่ร่วมขี่รถ จยย.ไปกับน้องชายในวันเกิดเหตุ ปรากฏว่า ไม่เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากขี่รถไปก่อน และไม่ได้ยินเสียงรถล้มแต่อย่างใด โดยได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ทำร้ายร่างกายน้องชายตนเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต แล้ว ขณะเดียวกัน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมกับนำตัวผู้ที่ตีน้องชายตนเองมาสอบสวน โดยไม่ได้ต้องการที่จะเอาผิดกับผู้กระทำแต่อย่างใด แต่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย
ด้าน พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า การตั้งด่านดังกล่าว ซึ่งเป็นเพียงจุดสกัด ไม่ใช่ด่านตรวจถาวร และเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยมีนายตำรวจระดับสัญญาบัตร กำกับดูแลการตั้งจุดสกัดในพื้นที่ ที่ได้กำหนดไว้ หลังเกิดเหตุได้เรียกนายตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกนายระบุว่า เป็นอุบัติเหตุรถ จยย.ของผู้บาดเจ็บล้ม ทำให้ศีรษะกระแทกกับพื้นถนน
แต่อย่างไรก็ดี ได้รายงานให้ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว จากนี้ไปจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากญาติผู้บาดเจ็บติดใจ และยังคิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมีการเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบสวน เช่น บุคคลที่อ้างว่าเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตีผู้บาดเจ็บ และอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ที่เป็นคนถ่ายคลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าพบความผิดที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ลงมือกระทำอันเกินกว่าเหตุ จะมีการลงโทษตามขั้นตอนทางวินัยอย่างแน่นอน