ข่าว
100 year

จับแล้ว‘เจ๊เล็ก’ เครือข่ายพงศ์พัฒน์

ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2557 05:48 น.
SHARE

ฮุบรง.นํ้าแข็งปทุมฯ ลดหนี้มอบตัวเพิ่ม

รวบ “เจ๊เล็ก” เจ้าของโรงน้ำแข็งตลาดไท ที่จ้างวานเครือข่ายอดีต ผบช.ก.ไปข่มขู่ เจ้าของเดิมจนยอมปล่อยสัมปทานให้ฟรีๆ พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวงส่งตัวฝากขังศาลทหารทันทีพร้อมค้านประกันตัว ส่วนคดีอุ้มลดหนี้จาก 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท ผู้ต้องหาเจ้าของชื่อเล่น “เจี๊ยบ” เข้ามอบตัวแล้ว ปรากฏว่าเป็นอดีตทหารยศ น.ท. ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ให้การรับสารภาพ ส่วน ผบ.ตร.ดับกระแสย้ายล้างบางตำรวจ บช.ก. ยืนยันข่าวลือไม่เป็นความจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

กรณีเจ้าหน้าที่ทลายเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และพวก พร้อมยึดทรัพย์สินจำนวนมาก แจ้งข้อหาฉกรรจ์ทั้งแอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับส่วยน้ำเถื่อน บ่อนการพนัน ซื้อขายตำแหน่งไปจนถึงอุ้มทวงหนี้ ส่วนของคดีที่ สน.วัดพระยาไกร ที่กลุ่มผู้ต้องหาอุ้มผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหนี้ไปข่มขู่ให้ยอมลดหนี้กว่า 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท ชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้เกือบหมดแล้ว เหลือนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี เศรษฐีหมื่นล้านผู้จ้างวานที่หลบหนีออกนอกประเทศ ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้จ้างวานกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูง ก่อเหตุอุ้มทวงหนี้ 30 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหาส่วนใหญ่ไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกับคดีที่ สน.วัดพระยาไกร ต่อมามีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับคำสั่งโยกย้ายนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว.ว่า มีบัญชีดำ เครือข่ายอดีต ผบช.ก.กว่า 200 นายที่จะถูกย้ายออกจาก บช.ก.ชนิดล้างบาง

ความคืบหน้าจากกองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแยกของกลางแต่ละประเภทไว้เช่น ไม้แปรรูป วัตถุโบราณและเครื่องประดับ โดยจะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่า ทองคำและเพชรที่ยึดได้เป็นของแท้หรือไม่ มีมูลค่าเท่าไหร่ นอกจากนี้ จะขยายผลขออนุมัติหมายจับนางนวลรัตน์ เฮงกิจเจริญเลิศ หรือเจ๊เล็ก อายุ 48 ปี เจ้าของโรงน้ำแข็ง ในตลาดไท เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ด้วย ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และข้อหาจ้างวานผู้อื่นให้ข่มขู่นายไตรสรณ์ ธีระตระกูล อดีตเจ้าของสัมปทานโรงน้ำแข็งตลาดไทเดิม เพื่อตนเองได้สัมปทานโรงน้ำแข็งในตลาดไทมาดำเนินกิจการต่อ

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัว นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารที่ 138/2557 ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จ้างวานใช้ให้ผู้อื่นกระทำการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น และนายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ เจียรเสริมสิน พ่อค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อ้างว่าจ่ายส่วยให้เครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตอนนี้ยังไม่เจอตัวทั้งคู่ มีข่าวว่าอยู่บ่อนโน้นบ่อนนี้ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นเพียงข่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายๆหน่วยกำลังเร่งติดตามจับกุมอยู่

พล.ต.ท.ประวุฒิยังกล่าวถึงการโยกย้ายนายตำรวจในสังกัด บช.ก.ว่า จะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลโยกย้ายอยู่แล้ว เป็นการหมุนเวียนกำลังพลเป็นประจำทุกปีเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน และใช้คนให้เหมาะสมกับงาน อย่าไปคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือย้ายล้างบาง การย้ายครั้งนี้ไม่ถึงกับล้างบาง แต่ปรับเพื่อความเหมาะสมให้ บช.ก.ดูดีขึ้น ส่วนเรื่องว่าผู้ที่ถูกย้ายจะเกี่ยวกับคดีหรือไม่ก็ว่ากันไป ตนย้ายไปตามความเหมาะสมเพื่อความก้าวหน้า ตามความสามารถของแต่ละคนเท่านั้น

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของกองปราบปรามจะมีการย้ายนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. แบบยกแผง โดยรอง ผบก.ป.คาดว่าจะเหลือเพียง พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง และ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข เท่านั้น ส่วน ผกก.ทั้ง พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.วัชพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 คาดว่าอาจถูกย้ายออกนอกหน่วยทั้งหมด ส่วนนายตำรวจระดับสารวัตรจะถูกย้ายออกจากกองปราบปรามหลายตำแหน่งเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีข่าวที่สอดคล้องกับการย้ายล้างบางตำรวจในสังกัด บช.ก. เมื่อ พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.อก.บช.ภ.8 มีหนังสือเวียนในสังกัด บช.ภ.8 อ้างว่า ในวาระแต่งตั้งระดับ สว.-รอง ผบก.ประจำปี 2557 เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ขอสอบถามความสมัครใจว่า มีตำรวจนายใดที่สมัครใจ ขอรับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในสังกัด บช.ก. หากมีใครสมัครใจให้ทำบันทึกสมัครใจเสนอไปที่ บช.ภ.8 เพื่อเป็นข้อมูลเสนอผู้บังคับบัญชา

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนตัวยังเชื่อว่ามีตำรวจดีมากกว่าตำรวจไม่ดี ใครทำดีสังคมรู้ ส่วนใครทำไม่ดีกรรมจะต้องตามสนองไม่ช้าก็เร็ว อย่าตำหนิคนอื่นว่ากระทำต่อเรา ต้องถามตัวเองว่า เคยทำอะไรไว้บ้าง ดีชั่วอย่างไร สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมใดใครก่อกรรมนั้นก็ตามสนอง จงอย่าโทษคนอื่นจนลืมมองตัวเรา เมื่อมีโอกาสทำความดีอย่าปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป ช่วงเวลาที่เหลือไม่ถึงปีจะขอทำแต่สิ่งดีๆ ถ้าทำอะไรไม่ดี ตนพร้อมจะรับฟังคำติชม และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไข จะทำงานให้สำเร็จได้ ความร่วมมือของพี่น้องตำรวจทั้งประเทศเท่านั้นที่จะทำให้ศรัทธาที่มีต่อตำรวจคืนกลับมา

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า ไม่ต้องฟังข่าวลือในเรื่องใดๆ ขอให้ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องกลัวการโยกย้ายจะให้ความเป็นธรรม ขบวนการพิจารณาจากความเหมาะสม ความรู้ความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การแต่งตั้งโยกย้ายไม่มีกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีกล่าวหาใดๆทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำผิดจะดำเนินการตามหลักฐาน ไม่ดำเนินการใดๆที่นอกเหนือ ไม่ได้ทำตามความรู้สึกคาดคะเน ถ้าไม่มีพยานหลักฐานไม่เกี่ยวข้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องต้องโยกย้ายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คนที่ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่เรื่องที่ถูกต้องไม่ต้องกังวลใจ ในฐานะ ผบ.ตร.จะให้ความเป็นธรรมที่สุด ทุกอย่างจะดำเนินการด้วยความถูกต้อง ยึดกฎหมาย ความชอบธรรม และความรู้ ความสามารถ ทุกอย่างมีขั้นตอนครบถ้วน

ด้าน บช.น. เมื่อเวลา 15.00 น. น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือเจี๊ยบ อายุ 52 ปี อยู่เลขที่ 53/174 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กรรมการผู้จัดการบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 139/57 ลงวันที่ 3 ธ.ค.57 ข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง อุ้มเหยื่อไปเจรจาขอลดหนี้จาก 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 และ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.และพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร หลังจากนั้นคุมตัวไปสอบสวนในห้องทำงาน ผบช.น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์เผยว่า หลัง น.ท.ปริญญา ถูกกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มไปลดหนี้ซัดทอดว่า เป็นตัวกลางแนะนำนายนพพร ศุภพิพัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้านให้รู้จักกับนายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และให้การด้วยว่า นายชากานต์รู้จักกับ น.ท.ปริญญาที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ และเป็นคนนำเงินสดหลายแสนบาทมาให้แก๊งอุ้มไกล่เกลี่ยหนี้สินเป็นค่าจ้าง จึงรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ วันนี้ น.ท.ปริญญาจึงเดินทางมามอบตัว เบื้องต้นยอมรับว่ารู้จักนายนพพรและนายชากานต์จริง แต่รายละเอียดคำรับสารภาพไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน อย่างไรก็ตามจะส่งผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว เพื่อฝากขังศาลทหารในวันที่ 8 ธ.ค.พร้อมคัดค้านการประกันตัว

พล.ต.ท.ศรีวราห์เผยด้วยว่า ส่วนคดีนางนวลรัตน์ เฮงกิจเจริญเลิศ หรือเจ๊เล็ก อายุ 48 ปี เจ้าของโรงน้ำแข็งที่ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีออกหมายจับข้อหา 112 และมาตรา 309 ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวงจับกุมได้แล้ว หลังสอบสวนตำรวจควบคุมตัวไปส่งศาลทหารฝากขังตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า ส่วนรายละเอียดการสอบสวนให้ไปถามพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวงเอาเอง เพราะเดี๋ยวจะเป็นการทำงานข้ามหน่วยกัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจ๊เล็กโรงน้ำแข็งตลาดไทพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์สน.วัดพระยาไกรแก๊งอุ้ม

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้