ข่าว
100 year

รวบลูกอดีตปลัด

ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2557 05:40 น.
SHARE

ตุ๋นขายหุ้นมูลค่า281ล. ส่งฝากขังค้านประกัน

จับลูกชายอดีตปลัดกระทรวงฯลวงขายหุ้นไอพีโอ 3 บริษัทดังที่ เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ เหยื่อเห็นเป็นลูกผู้ใหญ่หลงเชื่อโอนเงินซื้อหุ้น 281 ล้านบาท มารู้ทีหลังว่าถูกหลอก พาเหรดเข้าแจ้งความกองปราบฯ ตำรวจตามลากคอได้ที่จังหวัดเพชรบุรี ขณะแถลงข่าวรับสารภาพ อ้างพร้อมคืนเงินเหยื่อทั้ง 281 ล้านบาท แต่พอเอาตัวส่งฝากขังศาลอาญา พลิกลิ้นให้การปฏิเสธ ทนายเผยมีเหยื่อติดต่อดำเนิน คดีเพิ่ม เชื่อยอดเงินถูกหลอกสูงถึง 600 ล้านบาท

ตำรวจรวบลูกชายอดีตปลัดกระทรวงฯ หลอกขายหุ้นรายนี้ เปิดเผยขึ้นที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร.รรท.ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.และ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป.แถลงจับกุมนายปาณสาร หรือมีน สมชีวิตา อายุ 33 ปี บุตรชายนายสันทัด สมชีวิตา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม อยู่บ้านเลขที่ 36 ซอยปานทิพย์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ตามหมายจับศาลอาญารัชดาที่ 2203/2557 ลงวันที่ 4 ธ.ค.2557 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน จับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณหาดเจ้าสำราญ ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.มีผู้เสียหายกว่า 20 คนเข้าพบ ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. แจ้งความดำเนินคดีนายปาณสาร หลังหลอกลวงว่ามีหุ้น IPO หรือหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไปในครั้งแรกก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่าได้รับการจัดสรรมาจากผู้มีอุปการคุณ 3 ตัวคือ 1.หุ้นบริษัทคาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG 2.หุ้นบริษัทวิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO และ 3.หุ้นบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ได้หุ้นของทั้ง 3 บริษัทมาตัวละกว่า 1 ล้านหุ้น ทำให้ผู้เสียหายเห็นว่ามีโอกาสทำกำไร จึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ผู้ต้องหารวมมูลค่าความเสีย 281 ล้านบาท

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า เมื่อถึงกำหนดวันเปิดตลาด ผู้ต้องหาไม่สามารถโอนหุ้นเข้าไปในบัญชีของผู้เสียหายแต่ละคนได้ เมื่อถูกทวงถามเจ้าตัวกลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่าติดขัดขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และยังอ้างอีกว่า ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.อายัดเงินไว้ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบกลับไปพบว่า โดนหลอกลวงเหมือนกันหลายรายจึงรวมตัวเข้าแจ้งความ ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลอาญา พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป.จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1.บก.ป.นำกำลังฝ่ายสืบสวนตามจับได้ที่หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้กระจายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นนายปาณสารยอมรับว่า ไม่มีหุ้นอยู่จริง ส่วนโบรกเกอร์จะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนขยายผล หากเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ผู้ต้องหายอมรับว่า ทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง พอได้กำไรจะเอาเงินไปหมุนเพื่อทำให้เหยื่อตายใจว่า มีหุ้นอยู่จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาถ่ายโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปไว้ที่ไหนบ้าง เพื่อตามยึดมาเป็นของกลางต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหารับปากว่า ยินดีคืนเงินให้ผู้เสียหายทุกราย ส่วนคดีไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน

“สำหรับผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุตรชาย ของอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ดดีเอสไอ) จริง นอกจากนี้เจ้าของหุ้นที่ถูกผู้ต้องหากล่าวอ้าง ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดของผู้ต้องหาแต่อย่างไร” รรท.ผบช.ก.กล่าว

ส่วนนายปาณสาร ผู้ต้องหาให้การเพียงสั้นๆว่า ยอมรับว่ากระทำผิดจริง แต่ตั้งใจจะชดใช้เงินให้กับผู้เสียหายทุกราย ส่วนยอดเงินที่ตนได้ไปจากผู้เสียหายประมาณ 200 กว่าล้านบาท จะรีบหามาชดใช้ให้

ด้านนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทนายผู้เสียหายคดีนี้กล่าวว่า จากการสอบถามลูกความทราบว่า เคยซื้อขายหุ้นกับผู้ต้องหามา 3-4 ครั้งจนเกิดความเชื่อใจ ผู้ต้องหาเอาหุ้นตัวดังๆมาขาย อาศัยว่าเป็นญาตินักการเมืองและข้าราชการระดับสูง สร้างความน่าเชื่อถือได้มาก ส่วนวันนี้มีผู้เสียหายประสานมาทางตนเพิ่มอีก 5 คน เชื่อว่าความเสียหายน่าจะสูงถึง 500-600 ล้านบาท และเชื่อว่ายังมีอีกหลายรายที่ถูกหลอกลวงลักษณะดังกล่าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.คุมตัวนายปาณสาร หรือมีน สมชีวิตา อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาครั้งแรก คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่าเมื่อระหว่างวันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. 57 ผู้ต้องหาหลอกลวงผู้เสียหายรวม 21 คน ประกาศผ่านตัวแทนหรือนายหน้า (Broker) ทำนองว่า ตนเองมีหุ้น ipo (หุ้นก่อนที่จะเข้าทำการในตลาดหลักทรัพย์ฯ) ได้รับจากผู้มีอุปการคุณ พร้อมจำหน่ายอยู่หลายตัว อาทิ หุ้นคาราบาวแดง หุ้นเมืองไทยลิสซิ่ง และหุ้นบริษัทวิจิตรภัณฑ์ ปาล์ม ออยล์ จำกัด (มหาชน) ทำให้นายหน้าและกลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อหุ้นดังกล่าวจำนวนมาก โดยโอนเงินสดผ่านนายหน้าให้ผู้ต้องหา 281 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหากลับไม่สามารถโอนหุ้นให้ผู้เสียหายและไม่สามารถคืนเงินให้ได้ เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบฯ สืบสวนสอบสวนขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา เหตุเกิดที่เขตบางรัก จตุจักร บางซื่อ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนยังสอบพยานไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มอีก 9 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์มือผู้ต้องหาและอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-17 ธ.ค. ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากและมีทรัพย์สินเสียหายมูลค่าสูง ประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนี รวมทั้งลักษณะการกระทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ไม่มีญาตินายปาณสาร มายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลูกชายอดีตปลัดขายหุ้นหุ้นไอพีโอIPOปาณสาร สมชีวิตาฉ้อโกงต้มตุ๋น

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้