ข่าว
100 year

เริ่มฤดูล่า ‘บึกยักษ์’ แก่งกระจาน ให้จับได้ไม่เกิน 25 ตัว (ชมคลิป)

ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2557 00:45 น.
SHARE

เขื่อนแก่งกระจานจัดพิธีบวงสรวงเริ่มฤดู‘ล่าปลาบึก’ปลาน้ำจืดพันธุ์ยักษ์แห่งลุ่มน้ำโขงท่ีถูกนำมาปล่อยไว้ในเขื่อนทั่วประเทศ ให้ล่าได้ปีละครั้ง ปีนี้มีโควต้า25ตัวในเวลา2เดือน ตรงกับงานเทศบาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ที่จัด10-19ธ.ค.นี้...

เมื่อวันที่6ธ.ค.น.ส.ศิริ วัดสว่าง หัวหน้าหน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืด เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงเจ้าป่า เจ้าเขา เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับพรานล่าปลาบึกในพื้นที่เขื่อนแก่งกระจาน โดยมีนายวิชิต กสิวุฒิเชิดชูชัย เป็นเจ้าพิธี ณ บริเวณริมเขื่อนแก่งกระจาน มีนักล่าปลาบึกในเขื่อนแก่งกระจานนับสิบคนเข้าร่วมพิธีบวงสรวง นำหัวหมู เป็ด ไก่ ผลไม้พร้อมด้วยขนมต้ม ประกอบพิธีแบบเดียวกับที่พรานล่าปลาบึกในแถบลุ่มน้ำโขง ได้กระทำสืบต่อกันมา

สำหรับการเปิดฤดูล่าปลาบึกในเขื่อนแก่งกระจานปีนี้ น.ส.ศิริ วัดสว่าง หน.หน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืด เขื่อนแก่งกระจาน กล่าวว่า กรมประมงได้มีการขยายพันธ์ปลาบึกจากลุ่มน้ำโขง นำมาปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ ซึ่งเขื่อนแก่งกระจานก็เป็นอีกแหล่งหนึ่ง ที่มีการนำพันธ์ุปลาบึกมาปล่อยไว้นานแล้ว และชาวประมงเริ่มจับกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 แรกๆไม่มีการควบคุม จนกระทั่งต่อมาพบว่า มีการจับเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มชาวประมงเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เนื่องจากหากจับมาก ราคาปลาบึกที่ขายได้ก็จะมีราคาถูก และส่งผลกระทบต่อปริมาณปลาในเขื่อน จึงได้ตั้งกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงน้ำจืดอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน พร้อมทั้งตั้งกติกาในการล่าปลาบึกไว้ ครั้งแรกให้จับปีละไม่เกิน 10 ตัว ในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน หากถึงตัวเลขใดก่อนก็เป็นอันยุติ โดยใช้ตาข่ายขนาดตากว้าง 50 ซ.ม.ซึ่งฤดูการล่าปลาบึกจะเป็นในช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค. เนื่องจากสภาพอากาศจะเป็นช่วงต้นหนาว ผิวน้ำเย็น ทำให้ปลาบึกขึ้นมาว่ายให้เห็นบริเวณผิวน้ำ หากเป็นเดือนอื่นๆน้ำเย็นจะอยู่ลึก ปลาบึกก็จะไม่ขึ้นมาให้พบเห็น 

พรานปลาทำพิธีบวงสรวง
เด็กน้อยกับปลายักษ์!

น.ศ.ศิริ กล่าวอีกว่า พรานที่จับปลาบึกได้จะต้องบริจาคเงินเข้ากลุ่ม ตัวละ 250 บาท แพปลาที่รับซื้อก็จะบริจาคเงินสมทบอีก 250 บาท เป็น 500 บาท/ตัว เพื่อนำเงินไปซื้อพันธ์ุปลาบึกนำกลับมาปล่อยเพิ่มเติมลงเขื่อนแก่งกระจาน จากการสังเกตเราพบว่า ปีแรกๆจับเพียงไม่เกิน 10 ตัว แต่จับได้เร็วมาก ไม่กี่วันก็ครบตามจำนวน จึงประมาณการได้ว่า ปลาบึกมีจำนวนมาก กระทั่งในปีนี้เราปรับเป็น25ตัว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งหากจับได้น้อย ก็จะบ่งชี้ว่าปริมาณปลาลดลง ก็จะลดจำนวนการจับในปีถัดๆไป และหากน้ำหนักปลาไม่ถึง 80 กิโลกรัมก็จะไม่จับขึ้นมาขาย ทั้งหมดก็เพี่อเป็นการควบคุมปริมาณการจับปลาให้มีบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยพรานล่าปลาบึกทุกรายยอมรับในกติกาดังกล่าว และหากพบว่ามีการลับลอบจับปลาบึกนอกฤดูกาลก็จะถูกปรับตัวละ2,000บาท และยึดปลาที่จับได้ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำ

"จากการติดตามการเจริญเติบโตของปลาบึกที่น้ำมาปล่อย ที่เรียกว่า ปลาบึกในแหล่งน้ำปิดพบว่า ปลาที่จับได้ ไม่เคยมีไข่ และเป็นเช่นเดียวกันในทุกๆแหล่งน้ำที่มีการนำปลาบึกไปปล่อย จะไม่มีพัฒนาการไปถึงขั้นมีไข่ให้จับขึ้นมารีดผสมพันธ์ุได้เลย เรายังต้องอาศัยการผสมพันธ์ุจากพ่อและแม่พันธ์ุปลาบึกในธรรมชาติคือ ลุ่มน้ำโขง โดยในระหว่างนี้ ทางกรมประมงเอง ได้มีการร่วมมือทำวิจัยกับประเทศญี่ปุ่น ที่จะทำการศึกษาว่า เหตุใด ปลาบึกในแหล่งน้ำปิด จึงไม่มีพัฒนาการขยายพันธ์ุได้ โดยในปีนี้เป็นปีที่สองที่ทางทีมงานนักวิจัยชาวญี่ปุ่นเดินทางมาศึกษาวิจัยปลาบึกในแหล่งน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี"น.ส.ศิริ กล่าว

จับได้แค่ปีละครั้ง
ปลาที่จับ ต้องหนักไม่ต่ำกว่า80กก.

ด้านนายสุชาติ นกวอน กำนันตำบลแก่งกระจาน กล่าวว่า ปลาบึก ถูกนำมาปล่อยในเขื่อนแก่งกระจาน เมื่อประมาณ ปีพ.ศ.2528 สมัยนายเชาวน์วัศ สุดลาภา เป็นผวจ.เพชรบุรี ปล่อยไว้จำนวนมาก กระทั่งต่อมาอีกหลายปี มีชาวประมงในพื้นที่จับปลาในลักษณะเดียวกันได้ และคิดว่าเป็นปลาสวายเนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน มีน้ำหนักตัวประมาณ 5-6 กิโลกรัม กระทั่งทางหน่วยงานของกรมประมงทราบข่าว ติดตามดูปลาที่ชาวบ้านจับมาขายจน พบว่า เป็นปลาบึก ไม่ใช่ปลาสวาย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ และให้งดจับปลาบึกในช่วงนั้น เนื่องจากยังมีขนาดเล็ก

"กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2546 จึงมีการจับปลาบึกที่มีขนาดใหญ่ได้อีกครั้ง และก็มีกลุ่มพรานออกล่าและจับปลาบึกในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกๆปี บางรายจับได้ นำไปขายได้งินเป็นหลักล้านก็เคยมีมาแล้ว เพราะน้ำหนักมากที่สุดที่เคยจับได้ มีน้ำหนักถึง150กิโลกรัม กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชาวประมงในกลุ่มเอง ได้มานั่งพูดคุยกันว่า ควรสร้างกติกาขึ้นมาเพื่อควบคุมให้มีการล่าปลาบึกให้มีความเหมาะสม เพราะจับขึ้นมามาก ราคาปลาที่ขายได้ก็ถูกกดราคาลง และส่งผลกระทบต่อปริมาณปลาในเขื่อนอีกด้วย จึงเป็นที่มาของช่วงเทศกาลล่าปลาบึกในช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม จนถึงบัดนี้ และยังไปสอดคล้องกับเทศกาลกินปลาพาเที่ยว เขื่อนแก่งกระจาน ที่ทางอำเภอแก่งกระจานจัดขึ้นอีกด้วย"กำนันตำบลแก่งกระจาน กล่าว

เทศกาลกินปลาแก่งกระจาน 10-19ธ.ค.นี้
ปีนี้ให้จับแค่25ตัว
ปลาบึกที่จับได้ในวันแรก

สำหรับเทศกาลกินปลา พาเที่ยว แก่งกระจาน ครั้งที่ 11 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 10-19 ธ.ค.นี้ ทางอำเภอแก่งกระจาน โดยนายขจรศักดิ์ สมบูรณ์ นายอำเภอได้จัดกิจกรรมไว้มากมาย ทั้งการเที่ยวชมบรรยากาศในเขื่อนแก่งกระจาน การล่องเรือชมเกาะแก่งต่างๆ ล่องแพในแม่น้ำเพชรบุรี การแข่งขันตกปลา กินปลาชนิดต่างๆ การเที่ยวชมผีเสื้อ และนกนานาชนิดในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกอาเซียนที่กำลังถูกนำเสนอชื่อเป็นมรดกโลก ซึ่งมีความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลหมอกบนเขาพะเนินทุ่ง ที่มีทะเลหมอกทั้งปี และยังมีกิจกรรมในภาคกลางคืนทุกคืน กิจกรรมในภาคบันเทิง และนิทรรศการต่างๆจากหน่วยงาน รวมถึงการจำหน่ายสินค้าโอทอป ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลาบึกล่าปลาบึกจับปลาบึกปลาบึกแก่งกระจานเทศกาลกินปลา เที่ยวเขื่อนแก่งกระจานแก่งกระจานเพชรบุรีท่องเที่ยวข่าวภูมิภาค

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้