ข่าว
100 year

จ่อล้างบาง! ขั้ว‘พงศ์พัฒน์’

ไทยรัฐออนไลน์6 ธ.ค. 2557 03:16 น.
SHARE

ประวุฒิเล็งย้ายรองผบก.-ผกก.ฝังตัวกองปราบออกนอกหน่วย

ผบ.ตร.จ่อ “ล้างบาง” ครั้งใหญ่กองปราบปราม สลายขั้วอำนาจเก่านายตำรวจใกล้ชิด “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ออกนอกหน่วย รอง ผบก.-ผกก. เด้งระนาวกราวรูด “ประวุฒิ” แฉที่ผ่านมาส่งเสริมทำกันเป็นกองบัญชาการอิสระ ทำตามใจตัวเอง ไม่เห็นหัวรอง ผบช. หรือ ผบก. ด้าน “เสี่ยนพพร” ยังล่องหน มั่นใจอยู่กัมพูชา พนักงานสอบสวนขยายล่า “ไอ้เจี๊ยบ” ตัวเชื่อมโยงพาทีมไปอุ้มผู้เสียหายขอลดหนี้นับร้อยล้านบาท

การขยายผลเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. กับพวกที่ก่อเหตุแอบอ้างสถาบัน เรียกรับผลประโยชน์ซื้อขายเก้าอี้แต่งตั้งโยกย้าย พัวพันน้ำมันเถื่อน เปิดบ่อนการพนัน รวมถึงตั้งแก๊งอุ้มทวงหนี้ ลดหนี้เหยื่อ มีนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี พ่อค้าน้ำมันร่วมเอี่ยวจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อน และนายนพพร ศุภพิพัฒน์ นักธุรกิจมหาเศรษฐีของเมืองไทย ตกเป็นผู้จ้างวานใช้ญาติอดีต ผบช.ก.อ้างสถาบันไปอุ้มผู้เสียหายไปบังคับให้ลดหนี้มูลค่า 120 ล้านบาท หรือเพียง 20 ล้านบาท รวมอยู่ในขบวนการด้วย

ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง รอง ผบก.น.5 พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง และพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ร่วมประชุมตรวจสอบความเรียบร้อยสำนวนคดีจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ผู้เสียหาย 30 ล้านบาท และบังคับข่มขู่ให้ลดค่าเสียหายมูลค่า 120 ล้าน เหลือเพียง 20 ล้านบาท ตามที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งสำนวนคดีที่ บช.น. รับผิดชอบ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาตรวจสอบสำนวนโดยกำหนดไว้ไม่เกินวันที่ 10 ธ.ค.นี้

ในที่ประชุมชุดสอบสวนสรุปคดีทั้ง 2 คดี แบ่งเป็นคดีกรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ผู้เสียหาย 30 ล้านบาท ท้องที่ สน.พระโขนง มีผู้ต้องหาร่วมกระทำผิด 7 คน จับกุมได้แล้ว 5 คน เหลืออีก 2 คน คือ นายปรีชา ดาราไตร เป็นเจ้าหนี้ และนายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ เจ้าของบ้านที่อุ้มผู้เสียหายไปเจรจา ส่วนอีกคดี ข่มขู่บังคับให้ผู้เสียหายลดหนี้ มีผู้ต้องหาร่วมกระทำผิด 11 คน จับกุมได้แล้ว 9 คน เหลืออีก 2 คน รวมทั้งหมดมีผู้ร่วมกระทำผิดรวม 14 คน ร่วมก่อเหตุทั้งท้องที่ สน.พระโขนง และ สน.วัดพระยาไกรด้วยกัน

พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 ให้สัมภาษณ์ว่า ร่วมประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบสำนวนคดีให้มีความเรียบร้อยและรัดกุม ก่อนส่งสำนวนให้ ตร.พิจารณาตามที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กำชับไว้ ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเพิ่มเติม รวมทั้งไม่ได้รับรายงานการจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี โดยเฉพาะนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ต้องหาจ้างวานไปบังคับข่มขู่ผู้เสียหายให้ลดค่าหนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายนพพรเดินทางออกนอกประเทศแล้ว

มีรายงานว่า ภรรยาของนายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ เจ้าของอู่รถเมล์สาย 8 ผู้ต้องหาจ้างวานใช้กลุ่มผู้ต้องหาไปก่อเหตุทวงหนี้ 37 ล้านบาท โทรศัพท์มาปรึกษาพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง กรณีจะพาสามีเข้ามอบตัว แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลา ตามแนวการสืบสวนสอบสวน ผู้เสียหายและพยานระบุพฤติกรรมนายไพเชษฐ์เป็นคนขับรถปอร์เช่ นำขบวนกลุ่มผู้ต้องหามาที่บ้าน ก่อนเปิดประตูให้เข้าบ้านพาผู้เสียหายที่ถูกคลุมหัวลงมาจากรถ การที่นายไพเชษฐ์จะอ้างเบื้องต้นว่า ไม่รู้เรื่องจึงเป็นไปไม่ได้ แถมเจ้าตัวยังซื้อข้าวและซื้อน้ำมาให้กลุ่มผู้ต้องหาระหว่างเจรจาไกล่เกลี่ยทวงหนี้ผู้เสียหาย

ส่วนรายของนายเจี๊ยบไม่ทราบนามสกุล ผู้ที่ออกหมายจับรายล่าสุดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบชื่อและนามสกุลจริงเพื่อติดตามจับกุม ทราบข้อมูลแล้วว่ามีความสนิทสนมกับนายชากานต์ ภาคภูมิ หนึ่งในผู้ต้องหาก่อเหตุทั้ง 2 ท้องที่ เนื่องจากทั้งคู่เที่ยวอยู่ด้วยกันที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ อีกทั้งเป็นผู้แนะนำให้นายชากานต์รู้จักนายนพพร ศุภพิพัฒน์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจพลังงานก่อนจะพากันไปก่อเหตุ นายเจี๊ยบยังขับรถโฟล์คสวาเกน คาราเวลล์ พากลุ่มผู้ต้องหาไปหานายบัณฑิต โชติวิทยะกุล ผู้เสียหาย วันเกิดเหตุ ในวันที่ 23 มิ.ย.57 อีกด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมนายนพพร ศุภพิพัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มว่า ล่าสุดได้รับรายงาน ว่านายนพพรยังอยู่ในประเทศกัมพูชา และยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ชุดสืบสวน ได้ประสานงานกับด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากพบนายนพพรเดินทางกลับประเทศจะดำเนินการจับกุมทันที ส่วนนายเจี๊ยบอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนหาชื่อและนามสกุลจริงอยู่ ขณะนี้มีเพียงหมายจับชายไทยตามภาพสเกตซ์เท่านั้น

สายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร พานายบัณฑิต โชติวิทยะกุล ผู้เสียหายไปชี้จุดร้านอาหารอัญญาเพลสเรสเตอรองต์ เลขที่ 152 หมู่ 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สถานที่ที่กลุ่มผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คน พาไปเจรจาตกลงให้ลดหนี้นายนพพร ศุภพิพัฒน์ จากยอดหนี้ 120 ล้านบาท ให้เหลือเพียง 20 ล้านบาท กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดใส่ชุดซาฟารีสีเข้ม สวมแว่นตาดำ ไปหาเหยื่อที่คอนโดริเวอร์ หรือลัดดาวัลย์ ย่านเจริญกรุง ในวันเกิดเหตุ และข่มขู่ รปภ. ประจำอาคาร ทำลายกล้องวงจรปิดไม่ให้เป็นหลักฐานมัดตัว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รรท.ผบช.ก. เปิดเผยว่า มีคำสั่งให้ติดตามตัวนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์เอนเนอร์ยี่โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทไฟฟ้าพลังลมรายใหญ่ของประเทศที่ถูกหมายจับมาดำเนินคดี ควบคู่กับเร่งติดตามนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ นายทุนน้ำมันเถื่อนภาคใต้ โดยเฉพาะนายสหชัย เป็นผู้มีบทบาทในการค้าน้ำมัน เถื่อนรายใหญ่ มีส่วนสำคัญในการจ่ายส่วยให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐแทบทุกหน่วยที่รับผิดชอบ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องผลประโยชน์น้ำมันเถื่อน

ด้านความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของนายตำรวจใหญ่และนายตำรวจคนสนิทที่เข้ามาเกี่ยวข้องการเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน และการแต่งตั้งโยกย้าย ซื้อขายตำแหน่ง เป็นคนกลุ่มเดียวในหน่วยงาน บช.ก.ไม่ใช่ตำรวจทั้งหมดจะเกี่ยวข้อง แยกเป็นกลุ่ม 2-3 สาย เข้าสู่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน. มีการส่งเสริมทำให้เกิดระบบกองบัญชาการอิสระ มีอำนาจเด็ดขาด

รรท.ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า จะมีการโยกย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องออกไป เป็นคนที่เกี่ยวข้องในระดับใกล้ชิดมีผลกระทบต่อหน่วย ไม่ใช่ทุกคนอย่างที่มีการปล่อยข่าวออกมา เป็นเรื่องของความเหมาะสม ความจำเป็นในการบริหารหน่วย เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง เอาคนที่มีผลงาน มีความรู้ความสามารถเข้ามา ทำให้ หน่วยงานกลับเป็นปกติ เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยขึ้นตรง บช.ก. คนสนิทกลุ่ม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะทำตามใจตัวเอง ไม่สนใจ รอง ผบช. หรือ ผบก. ในหน่วย ทำให้เกิดความอึดอัด ทุกคนไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่ง เพราะกลัวอำนาจ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีคำสั่งให้ทุกหน่วยจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.-สารวัตร ประจำปี 2557 นำเสนอขึ้นมาพิจารณา ปรากฏว่า ส่วนของ บช.ก. พล.ต.อ.สมยศขอไปหารือร่วม พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ก. วางตัวผู้เหมาะสมลงในหน่วยสำคัญอย่าง บช.ก.เพื่อล้างเครือข่ายขั้วอำนาจ อดีต บช.ก. คาดว่าจะมีการล้างบางครั้งใหญ่ ย้ายคนในสาย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ออกนอกหน่วย โดยเฉพาะตำแหน่งหลัก รอง ผบก.ป.-ผกก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ล้างบางพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ตำรวจแอบอ้างสถาบันแต่งตั้งโยกย้ายน้ำมันเถื่อนภัคพงษ์ พงษ์เภตราชวลิต ประสพศิลปประวุฒิ ถาวรศิริข่าวอาชญากรรมข่าวทั่วไทยโยกย้ายกองปราบ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้