ข่าว
100 year

ถวายพระพร ‘พ่อหลวง’ ทรงพระเจริญ

ไทยรัฐออนไลน์6 ธ.ค. 2557 03:15 น.
SHARE

เทียนชัยสว่างไสวกึกก้องทั่วแผ่นดินแพทย์เผยงดเสด็จพักฟื้น‘พระวรกาย’

พสกนิกรชาวไทยร่วมแสดงความจงรักภักดี พร้อมใจสวมใส่เสื้อเหลือง ร่วมจุดเทียนสว่าง ไสวไปทั่วหล้า เปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง รวมถึงผนึกกำลังทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้าน “หมออุดม” แจงเหตุแถลงการณ์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงงดพระราชกรณียกิจ ออกมหาสมาคมฯ ยืนยันพระพลานามัยไม่ผิดปกติ แต่เป็นช่วงของการพักฟื้น เพื่อเรียกพระกำลังกลับคืนมา ย้ำไม่อยากให้ประชาชนตกใจ ไม่ได้ประชวรร้ายแรง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองออกมาประกอบพิธีทางศาสนา ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ถวายเป็นพระราชกุศลกันตั้งแต่เช้า และร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในช่วงค่ำ ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้งดพระราชกรณียกิจ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระ บรมมหาราชวัง

แถลงการณ์งดพระราชกรณียกิจ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมารอเฝ้ารับเสด็จ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามเส้นทางที่จะเสด็จฯ ไปยังพระบรมมหาราชวังตั้งแต่บ่ายวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อเวลาประมาณ 01.15 น. วันที่ 5 ธ.ค.สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 11 ระบุว่า ตามที่หมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทราวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ถวายพระพรชัยมงคลนั้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่า คณะแพทย์ฯได้ถวายการตรวจพระวรกาย เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 มีความเห็นว่า ยังไม่พร้อมที่จะเสด็จออก จึงได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้งดพระราชกิจไว้ก่อน จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

พสกนิกรยังปักหลักถวายพระพร

หลังจากที่พสกนิกรได้รับทราบข่าวแถลงการณ์ดังกล่าวปรากฏว่า ทุกคนที่มาปักหลักรอรับเสด็จ ภายในโรงพยาบาลศิริราชต่างพากันจับกลุ่มแสดงความเป็นห่วงในพระอาการของพระองค์ พร้อมกันนี้บางรายได้เดินมาที่บอร์ดภายในศาลาศิริราช 100 ปีที่เจ้าหน้าที่นำแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวมาติดไว้ แต่เกือบทุกรายยังคงยืนยันที่จะปักหลักเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชต่อไป พร้อมกับย้ายจากที่ปักหลักเฝ้ารออยู่บริเวณด้านหน้าตึกกายวิภาค หน้าหอประชุมราชแพทยาลัย ถนนบวรสถานพิมุข ได้ย้ายมาปักหลักที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และบริเวณทางเดินเข้าสู่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารที่ประทับ โดยทุกสายตาจับจ้องไปที่ชั้น 16 ที่ประทับ พร้อมกับโบกธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ บางรายชูพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือศีรษะ พร้อมกับเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” เป็นระยะๆ

ต่างชาติปลื้มเห็นคนไทยรักในหลวง

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่ปักหลักรอรับเสด็จ อยู่ตามเส้นทางเสด็จฯ ที่พอทราบแถลงการณ์ดังกล่าว ต่างก็เดินทางมาที่ รพ.ศิริราช จนทำให้ในเวลาไม่นานนัก พื้นที่โดยรอบอาคารเฉลิมพระเกียรติก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อสีเหลือง รวมถึงชาวต่างชาติที่มารอถวายพระพร อาทิ นางเอมี่ และนายแพททริค ซิมส์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่เบ็บติสท์ สติวเดนซ์ สามีภรรยาชาวอเมริกัน ซึ่งเดินทางมาจากลานพระบรมรูปทรงม้า บอกว่าเมื่อเห็นคนมากมายแน่นโรงพยาบาลและเกือบทุกคนสวมเสื้อสีเหลือง ทำให้รู้สึกประทับใจในความรักที่ประชาชนมอบให้พระมหากษัตริย์ รู้สึกปลื้มใจกับคนไทยมาก เช่นเดียวกับนายโยเกิน มันท์ อายุ 60 ปี ชาวเยอรมัน ที่มาพร้อมนางศิริวรรณ บุญทัน อายุ 45 ปี ภรรยาชาวไทย ที่บอกว่าตอนอยู่ที่เบลเยียมได้รับฟังข่าวสารจากทีวีเมืองไทย โดยภรรยาเป็นล่ามคอยแปลให้ ทำให้รู้จักถึงนิสัยใจคอของคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างดี และยิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะได้เห็นภาพอันประทับใจ ที่ได้เห็นคนไทยทั้งประเทศพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลือง ไม่แปลกใจเลยที่คนไทยรักในหลวง ขอถวายพระพรให้พระองค์หายป่วยเร็วๆ และทรงพระเจริญ

นักร้องดังถวายกำลังพระหทัย

ด้านนายปองกูล สืบเชื้อ หรือป๊อป แคลลอรี่ บลาบลา ศิลปินนักร้องค่ายแกรมมี่ กล่าวว่า ตอนแรก ตั้งใจจะไปเฝ้าฯรับเสด็จที่ท้องสนามหลวง หน้าพระบรมมหาราชวังกับเพื่อนๆ แต่เมื่อทราบข่าวเลยเปลี่ยนใจมาที่ศิริราช ตั้งใจจะอยู่เฝ้าตลอดทั้งวัน โดยไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายที่ไม่ได้เห็น เพราะครั้งนี้ถือว่ามาถวายกำลังพระหทัย ด้วยเราเป็นห่วงกลัวว่าพระพลานามัยจะไม่แข็งแรง พระองค์ท่านจะเสด็จฯหรือไม่ ไม่สำคัญเพราะตั้งใจมา อยากมาแสดงพลังแห่งความรักให้ท่านเห็น ขณะที่นางฉันทนา พากเพียร อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี บอกเช่นกัน ว่า เมื่อทราบแถลงการณ์จึงเปลี่ยนจากตั้งใจมารับเสด็จ เป็นบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลศิริราชแทน ถวายเป็นพระราชกุศล อยากให้พระองค์ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทยของพี่น้องชาวไทยตลอดไป ส่วนนางสาวกิตติยา ก๊กก่อเส็ง วัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนปากพะยูนพิทยาคาร จ.พัทลุง ที่นั่งรถบัสมาพร้อมเพื่อนๆ ในชุมนุมพัฒนศึกษาธรรมะสู่อาเซียน มาถึงเมื่อประมาณ 02.00 น. บอกว่า มาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก และมารู้ว่าพระองค์ท่านไม่เสด็จลง แต่อย่างน้อยก็ได้มาแล้ว จึงตั้งใจอยู่จุดเทียนชัยถวายพระพร ก่อนกลับวันที่ 7 ธ.ค.นี้

อ้างเห็นในหลวงโบกพระหัตถ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ดวงตาทุกคู่ของพสกนิกรที่อยู่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จับจ้องไปที่ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ประทับนั้น มีพสกนิกรหลายรายอ้างว่า เห็นพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้ประชาชนต่างพากันโบกธงชาติไทย และธงพระปรมาภิไธย ภปร.พร้อมกับเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนนำพระบรม ฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลอง พระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์ มาแจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมรับเสด็จด้วย

หมออุดมยันพระพลานามัยไม่ผิดปกติ

ต่อมา ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯ และถวายพระพรชัยมงคล ที่ศาลา ศิริราช 100 ปี ว่าตามที่มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยนั้น เมื่อช่วงเย็น วันที่ 4 ธ.ค. คณะแพทย์ได้เข้าไปตรวจเตรียมความพร้อม เนื่องจากทรงมีพระทัยตั้งมั่นที่จะออกให้ประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จนั้น คณะแพทย์เห็นว่าไม่พร้อมจะออกงานได้ จึงกราบทูลให้งดงานพระราชพิธีในวันนี้ แต่ขอเรียนว่าพระพลานามัยของพระองค์ท่านไม่ได้ผิดปกติ หรือไม่สบายร้ายแรงใด

ทรงพักฟื้นเรียกพระกำลังคืนมา

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวอีกว่า ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาพักฟื้นของพระองค์ท่าน หลังจากหายจากพระอาการประชวรเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ที่มีพระอาการประชวร ด้วยมีพระปรอท และพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถจนพระอาการทั่วไปดีขึ้นแล้ว ช่วงนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาพักฟื้นของพระองค์ท่าน

“เวลาไม่สบายร่างกายก็จะทรุดโทรมลงไปด้วย แต่เมื่อหยุดยาก็จะเป็นช่วงการพักฟื้น ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งการพักฟื้นทำได้ด้วยการทานอาหารให้เพียงพอ ครบทุกหมู่และพักผ่อน จะเห็นได้ว่าตอนนี้ พระกำลังยังไม่กลับมาปกติ การพักผ่อนจึงเป็นการที่จะทำให้พระกำลังกลับมา หากเราฝืน พระวรกายก็จะยิ่งทรุดโทรม การฟื้นตัวก็จะยิ่งช้าลง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ขอย้ำไม่อยากให้ประชาชนตกใจ ท่านไม่ได้ประชวรร้ายแรง เพียงแต่ไม่มีกำลังพอ” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

ขอประชาชนอย่าตกใจ

ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าไม่อยากให้ประชาชนมีความวิตกกังวลกับพระอาการ ไม่หนัก ไม่ต้องตกใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ที่คณะแพทย์เห็นว่ายังไม่พร้อม เนื่องจากเป็นอาการของผู้สูงอายุโดยทั่วไปที่หากป่วยไข้เล็กน้อยก็ต้องพักฟื้นเป็นเดือน ตอนนี้แม้จะหายจากพระอาการประชวรแล้วแต่พระกำลังยังไม่กลับมาเหมือนเดิมเต็มที่นัก จึงไม่พร้อมที่จะออกมหาสมาคม ซึ่งหากฝืนจะทำให้ร่างกายทรุดโทรม ฟื้นตัวได้ช้าลงมากขึ้น จากนี้ก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระทัยจะออกมหาสมาคมมาก ทรงกำชับกับคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาอย่างดี เพราะวันเฉลิมพระชนมพรรษาถือเป็นวันสำคัญสำหรับพระองค์ และของประชาชนคนไทยที่จะมีโอกาสได้เฝ้าฯรับเสด็จ ก็ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

เปิดให้ถวายพระพรตามปกติ

ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งว่าเนื่องจากมีประชาชนเดินทางมารับเสด็จและร่วมถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นจำนวนมาก ดังนั้น สำนักพระราชวังได้เลื่อนเปิดให้ลงนามถวายพระพร จากเดิมกำหนดไว้ว่าจะเปิดให้ลงนามในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เลื่อนมาเปิดให้ลงนามตั้งแต่เวลา 10.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. และจะเปิดให้ลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช

กทม.จัดตักบาตรพระ 288 รูป

ด้านบรรยากาศการถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 ในช่วงเช้า ประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศต่างสวมเสื้อเหลืองออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และร่วมทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยที่ท้องสนามหลวง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 288 รูปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ซึ่งภายหลังเสร็จพิธี ประชาชนส่วนใหญ่ได้แยกย้ายเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อตามเฝ้าข่าวพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความห่วงใย ขณะที่บางส่วนเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อลงนามถวายพระพร

“ประยุทธ์” นำลงนามถวายพระพร

โดยผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมพระราชวัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ได้นำคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ผู้นำเหล่าทัพ คณะ คสช. และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ฯลฯ ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 นอกจากนี้ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรี อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และบุคคลสำคัญพร้อมทั้งคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลอย่างต่อเนื่อง

ปชช.รอถวายพระพรล้นทะลัก

ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนสวมเสื้อเหลือง เดินทางมารอร่วมถวายพระพรที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวังกันอย่างเนืองแน่น ต่อแถวยาวไปตามกำแพงพระบรมมหาราชวังจนถึงแยกศาลหลักเมือง ก่อนที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเปิดประตูให้ประชาชนลงนามถวายพระพร พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณสนามหญ้าข้างศาลาลูกขุนใน ในเวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 18.00 น. ทั้งนี้ น.ส.เสียบ เฉลียวฉลาด อายุ 72 ปี ชาวสวนจาก จ.สุรินทร์ เดินทางมาพร้อมน้องสาว นางเสมือน งามเลิศ อายุ 63 ปี และนางละมุด ทรงวาจา อายุ 60 ปี ใช้บริการรถเมล์ฟรีมาปักหลักเฝ้าฯ รับเสด็จแม้ทราบข่าวงดพระราชกรณียกิจ เผยว่า อยากมาให้กำลังใจพระองค์ท่านให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว อยากให้ในหลวงมีความสุข อยู่เป็นประมุขของประเทศต่อไป เช่นเดียวกับ มร.ไซรัส แทคฮาวี แพทย์รักษาโรคกระดูกชาวอเมริกัน อายุ 33 ปี สวมใส่เสื้อยืดสีเหลืองมาพร้อมเพื่อนชาวไทย เผยว่าเดินทางมาอบรมที่เมืองไทย เมื่อทราบข่าวงานมหามงคล จึงเลื่อนวันเดินทางกลับเพื่อชื่นชมพระบารมีและซึมซับบรรยากาศ โดยตนรู้จักในหลวงตอนมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา สอบถามจากเพื่อนว่าในหลวงเป็นใครและได้ศึกษาพระราชกรณียกิจ รู้สึกทึ่งที่พระมหากษัตริย์ไทยมีพระปรีชาสามารถดุจนักปราชญ์ ทรงทราบทุกปัญหาในประเทศ และทรงนำความรู้มาพัฒนาเมืองไทยช่วยเหลือประชาชน

หลากกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

ส่วนตามหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพร้อมใจจัดพิธีถวายราชสดุดีและถวายพระพร ชัยมงคล รวมถึงจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีประชาชนมาร่วมงานกันคับคั่ง เช่น ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เวลา 06.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธานนำคณะกรรมการ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดีและถวายพระพร ชัยมงคล หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ส่วนที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติ “รักพ่อหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองดุริยางค์ทหารบก โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย จากนั้นจะปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ขับขี่ไปตามเส้นทาง ถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน และถนนหน้าพระธาตุ เพื่อร่วมลงนามถวายพระพร ณ บริเวณท้องสนามหลวง

เสื้อเหลืองพรึ่บสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนืองแน่นไปด้วยผู้คนสวมเสื้อสีเหลืองที่เดินทางชมการจัดงานเทิดพระเกียรติ และรอร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัย โดยรัฐบาล มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช มูลนิธิปิดทองหลังพระ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่องาน “รักพ่อ” นอกจากนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ได้ทำการยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติจำนวน 21 นัด เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั่วประเทศทำดีถวายในหลวง

ด้านบรรยากาศในต่างจังหวัดมีการจัดงานเทิดพระเกียรติและทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลกันอย่างคึกคัก โดยภาคกลาง ที่ จ.กาญจนบุรี นอกจากทำบุญตักบาตร แล้วยังมีการปล่อยพันธุ์ปลา 888,888 ตัวลงแม่น้ำแควใหญ่เขื่อนขุนแผน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ขณะที่ พังใบเตย ช้างแสนรู้ของสวนนงนุช เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ใช้ปลายงวงวาดภาพพระบรมฉายา ลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเขียนคำว่า “ทรงพระเจริญ” ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวมุงดูแน่นขนัด ส่วนชาวตลาดอ่างทอง จ.อ่างทอง ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าอ่างทองจัดขบวนอัญเชิญเทพเจ้าทุกองค์แห่ไปรอบเมืองพร้อมทั้งจัดมังกรเงิน มังกรทอง แห่เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วย ด้าน จ.ชัยนาท มีการไถ่ชีวิตโคกระบือ 28 ตัว มอบให้กับเกษตรกร

อีสานพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง

ภาคอีสาน ที่ จ.นครราชสีมา ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนต่างใส่เสื้อเหลืองพาลูกหลานคุณพ่อคุณแม่ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งที่หน้าอนุสาวรีย์ย่าโมกันอย่างคึกคัก แต่ละคนมีสีหน้าที่เบิกบาน อบอุ่นกันทั้งครอบครัว เช่นเดียวกับประชาชนชาว จ.อุบลราชธานี ต่างใส่เสื้อเหลืองร่วมทำบุญตักบาตรที่มณฑลพิธีทุ่งศรีเมืองกันแน่นขนัด ขณะที่กลุ่มชาว 2 ล้อร่วมใจใส่เสื้อเหลืองนำรถจักรยานยนต์ทั้งแบบฮาเล่ย์ ช็อปเปอร์ รถจักรยาน ยนต์โบราณ และรถจักรยานยนต์ทั่วไป ขี่ไปตามถนนเป็นริ้วขบวนเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ส่วน จ.อุดรธานี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนใส่เสื้อเหลืองร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดกันทั่วหน้า

พ่อพาลูกทำบุญร่วมกัน

ส่วนภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ บรรดาข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พากันใส่เสื้อเหลืองร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 199 รูป บริเวณข่วงประตูท่าแพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ส่วน จ.เชียงราย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป

ขณะที่ชมรมคนรักจักรยาน 1,000 คัน จัดกิจกรรม “ปั่นด้วยรักหัวใจภักดิ์แด่พ่อหลวง” ด้าน จ.นครสวรรค์ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 88 รูป ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยปีนี้มีพ่อพาลูกมาทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้หนีภัยจากการสู้รบชาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวแม่มาลาและแม่ละอูน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วม 300 คน จัดกิจกรรมโดยมีการแสดงลิเกกะเหรี่ยง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ด้าน จ.กำแพงเพชร ประชาชนแห่ บริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลกันตั้งแต่เช้า

ชาวใต้ร่วมถวายพระพร

เช่นเดียวกับภาคใต้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 100 รูป บริเวณสวนสาธารณะศรีธรรมโศกราช ที่ จ.ยะลา ประชาชนชาวไทยพุทธพากันตักบาตรกัน แน่นขนัดที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ขณะที่ พี่น้องชาวมุสลิมพากันละหมาดเพื่อขอพรให้กับในหลวง ที่ จ.ชุมพร มีการปล่อยปลาน้ำจืด 1 ล้านตัวลงสู่แม่น้ำท่าตะเภาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ที่ห้องประชุมใหญ่ หาดใหญ่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล กิจกรรมประกอบด้วยการลงนามถวายพระพร โดยจำลองบรรยากาศของ รพ.ศิริราช การจัดนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และผลิตภัณฑ์ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กิจกรรมเขียนจดหมายถึงพ่อโดยไปรษณีย์เขต 9

ททท.ชูกิจกรรมพ่อ–ลูกเที่ยวไทย

วันเดียวกัน ที่ลานจอดรถโรงละครสยามนิรมิต ถนนรัชดาภิเษก นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาคภาคกลาง ททท. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ธันวาพาพ่อเที่ยว” กับคาราวานท่องเที่ยวร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค.โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน รถยนต์ 499 คัน ออกเดินทางท่องเที่ยวสู่พื้นที่ 19 จังหวัดภาคกลาง ส่วนที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ได้จัดกิจกรรมลูกพาพ่อเที่ยว โดยนำนักท่องเที่ยวกว่า 600 คน ที่พร้อมใจกันสวมเสื้อเหลือง ขึ้นขบวนหัวรถจักรไอน้ำย้อนยุค มุ่งสู่ จ.ฉะเชิงเทรา ไปไหว้พระทำบุญและเที่ยวชมตลาดน้ำ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ไปสู่พื้นที่แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน จากนั้นในช่วงค่ำ นักท่องเที่ยวได้ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพร

สมเด็จพระบรมฯ เสด็จแทนพระองค์

ต่อมาเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน ไปประกอบพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา 2557 ภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นเสด็จไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ภายในพระบรมมหาราชวัง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ สถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้วทรงประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นเมื่อถึงเวลาอันควรจึงเสด็จฯกลับ

นายกฯ จุดเทียนชัยถวายพระพร

จากนั้นเวลา 19.19 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน พ่อค้าและประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

พสกนิกรจุดเทียนชัยแน่นศิริราช

ช่วงเวลาเดียวกัน ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรม ราชชนก โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงเย็นคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรสวมเสื้อสีเหลือง มาจับจองพื้นที่จนแน่นขนัด เฝ้าชื่นชมพระบารมีได้พร้อมใจกันสวดมนต์ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยหันหน้าที่ไปทางชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนได้นำเทียนไขสีเหลือง มาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรด้วย กระทั่งเวลา 19.39 น. โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษาแพทย์ พยาบาล ประชาชนร่วมกันจุดเทียนต่อๆกันจนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะพร้อมใจร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา โบกธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ ภปร.และร่วมกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะแยกย้ายเดินทางกลับ

คนไทยทั่วโลกร่วมถวายพระพร

ด้านต่างประเทศ คนไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็พร้อมใจจัดถวายพระพรชัยมงคล เช่นที่ คิโรโระ รีสอร์ท เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น คณะผู้บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และคิโรโระ รีสอร์ท นำคณะผู้บริหารด้านลูกค้าและการบริการ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส พร้อมเจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข พรีเซ็นเตอร์ของเอไอเอส นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวคิโรโระ รีสอร์ท ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองซัปโปโร รวมถึงแขกชาวญี่ปุ่น มาร่วมกันจุดเทียนชัยในวโรกาสมหามงคล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวายพระพรพ่อหลวงทรงพระเจริญเสื้อเหลืองพสกนิกรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันพ่อแห่งชาติจุดเทียนชัยสนามหลวงประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้