king10
Thairath Logo
กีฬา

คลื่นมือถือไม่เกี่ยวภัยฟ้าผ่า “รายงานวันจันทร์”-ฟ้าคะนองกรุงเทพฯมีฟ้าผ่าปีละ 60 วัน

Share :
line-share-logo

เข้าสู่ฤดูฝน ฟ้ากรุงเทพฯและทั่วไทยครึ้มไปด้วยเมฆฝน นอกจากภัยจากน้ำท่วมแล้ว ภัยฟ้าผ่าที่มากับพายุฝนฟ้าคะนองนับเป็นอีกสิ่งที่คนกรุงและคนไทยพึงระวัง... “รายงานวันจันทร์” วันนี้ มีข้อมูลจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) แนะวิธีลดความเสี่ยงและป้องกันภัยจากฟ้าผ่าที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สิน

นายวิวัฒน์ กุลวงศ์วิทย์ ประธานอนุกรรมการร่างมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า วสท. กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีฟ้าร้องนั่นคือ มีฟ้าผ่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฟ้าผ่าเฉลี่ยประมาณ 60 วันต่อปี ปริมาณฟ้าผ่าขึ้นอยู่กับที่ตั้งภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม ประเทศที่ยิ่งใกล้แถบเส้นศูนย์สูตรยิ่งมีแนวโน้มเกิดมากขึ้น ประเทศที่มีฟ้าผ่าติดอันดับสูงสุดในโลก คือ ประเทศแถบที่อยู่ในทวีปแอฟริกากลาง

สำหรับในเอเชีย อันดับ 1 คือ อินโดนีเซีย ฟ้าผ่าเฉลี่ย 330 วัน ต่อปี โดยเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีฟ้าผ่ามากที่สุด คือเมืองโกบอ อันดับ 2 มาเลเซีย ฟ้าผ่าเฉลี่ย 280 วันต่อปี ขณะที่ประเทศอังกฤษมีฟ้าผ่าเฉลี่ยเพียง 5-6 วัน ต่อปีเท่านั้น

ภัยฟ้าผ่าเกิดจากธรรมชาติ เมื่ออากาศร้อนขึ้น จะเกิดพายุฟ้าคะนอง (Thunder Storm) โดยลมร้อนจะหอบไอน้ำที่ระเหยจากผิวโลกพัดขึ้นข้างบนอย่างรวดเร็ว เมื่อไอน้ำกระทบกับความเย็น จะก่อตัวเป็นเมฆ เกิดเกล็ดน้ำแข็งในเมฆ เนื่องจากภายในก้อนเมฆมีลมร้อนพัดขึ้นและลมเย็นพัดลง ทำให้เกล็ดน้ำแข็งชนกันเสียดสีกับลมจนมีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้น และเมื่อสนามไฟฟ้าเกิดความเข้มที่สูงพอ ทำให้เกิดการถ่ายเทของประจุทั้งสองเราเรียกว่าฟ้าผ่า สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างและชีวิตทรัพย์สิน หรือทำให้เกิดเพลิงไหม้

สำหรับประเทศไทยจะมีฟ้าผ่ามากในจังหวัดนครนายก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และอำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อนุภาคขนาดเล็กในควันที่ปล่อยสู่ท้องฟ้า เช่น ฝุ่น ละอองน้ำ ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าได้ง่าย

จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะที่ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่า 46 ราย ลักษณะฟ้าผ่า มี 5 รูปแบบ คือ 1.ฟ้าผ่าตรง (Direct Strike) โดยกระแสฟ้าผ่าลงที่อาคาร หรือคนในที่โล่งแจ้งโดยตรง 2.วาบไฟด้านข้าง (Side flash) เช่น เมื่อผ่าลงต้นไม้แล้ว เกิดวาบไฟออกไปยังด้านข้างไปผ่าคนหรืออาคาร สิ่งของที่อยู่ใกล้เคียง 3.กระแสฟ้าผ่าที่เกิดจากศักย์ของดินเพิ่ม เช่น ฟ้าผ่าลงบนผิวดินจะเกิดแรงดันช่วงก้าวของบุคคล 4.ฟ้าผ่าโดยการนำทางกระแสไฟฟ้า (Conduction) ฟ้าผ่าที่อื่นแล้วมีการแตะสัมผัสกับตัวนำ 5.ฟ้าผ่าโดยการเหนี่ยวนำสตรีมเมอร์ (Streamer) ทำให้เกิดสตรีมเมอร์ในคน เช่น คนที่ยืนใกล้จุดฟ้าผ่า

อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันภัยฟ้าผ่าได้ วสท.มีข้อแนะนำในการลดอุบัติภัยฟ้าผ่า ซึ่งรัศมีของฟ้าผ่าสามารถเกิดขึ้นในบริเวณ 10 กิโลเมตร เมื่อฝนฟ้าคะนองให้อยู่ในอาคาร หรือในรถยนต์ ไม่ควรเปิดวิทยุ ฟ้าอาจผ่าเสาอากาศทำให้กระแสฟ้าผ่าไหลผ่านเสาอากาศเข้าไปในรถได้ หากอยู่กลางแจ้งควรนั่งยองเท้าชิดและอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ประมาณ 10 เมตร งดใช้อินเตอร์เน็ตในบ้าน สนามบินและสนามกอล์ฟควรสร้างเพิงที่หลบ บ้านและอาคารควรทำระบบสายลงดินและระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐาน

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือเหนี่ยวนำไปสู่ฟ้าผ่าหรือไม่ คลื่นโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นคนละความถี่กับฟ้าผ่า จากการทดลองในห้องปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกา ได้สรุปว่ากรณีคนยืนโทรศัพท์มือถือในสนามถูกฟ้าผ่านั้น เนื่องจากความสูงของคนเป็นปัจจัยเหนี่ยวนำมากกว่า ไม่เช่นนั้นสถานีรับส่งคลื่นโมบายล์โฟนคงถูกฟ้าผ่าตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยของเมืองและประชาชน ปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้บังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของคนงานในสถานประกอบการทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยระบุให้นายจ้างต้องมีระบบป้องกันฟ้าผ่าทั้งภายนอกและภายในที่ออกแบบตามมาตรฐานของ วสท.

ด้านกรมธุรกิจพลังงานก็ได้กำหนดให้ปั๊มน้ำมันต้องมีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การออกแบบติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าควรทำในช่วงออกแบบอาคารและก่อนการก่อสร้างเพื่อประสิทธิผลที่ดี.

อ่านเพิ่มเติม...
รายงานวันจันทร์ฟ้าร้องฟ้าผ่าโทรศัพท์มือถือคลื่นความถี่เหนี่ยวนำวิวัฒน์ กุลวงศ์วิทย์