กรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงจับกุมชาวไนจีเรีย อ้างตัวเป็นฝรั่งผิวขาว หลอกเหยื่อคนไทยโอนเงินผ่านเฟซบุ๊ก เหยื่อหลงเชื่อกว่า 100 ราย สูญเสียเงินรวมไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท ...
วันที่ 22 พ.ย. 56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันเเละปราบปรามผู้มีอิทธิผล (ศปอ.) และ นายวสันต ชวลิตธำรง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ภาค 1 เเถลงการจับกุม นายเอสโซ่โคลี่ จู๊ด โนเคนนัมม่า ( EZEOKOLIE JUDE NWOKENAMMA) อายุ 37 ปี ชาวไนจีเรีย ที่อ้างตัวเป็นชาวต่างชาติผิวขาว ประกอบอาชีพวิศวกรรม หรือราชการทหาร สร้างเรื่องให้เหยื่อโอนเงินผ่าน facebook ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 502 อาคารแอนนาเพลส ซอยลาดพร้าว 140 เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ซิมการ์ด 8 อัน สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 3 ใบ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำเงินดำ นอกจากนี้ ยังขยายผลตรวจค้น ห้องพักเลขที่ 211 พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำผิดอีกหลายรายการ เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ด 5 อัน
...
นายธาริต กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นขบวนการ โดยเหยื่อรายล่าสุดที่ร้องทุกข์กับดีเอสไอ เป็นเภสัชกรโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งสูญเงินให้ผู้ต้องหาไปทั้งสิ้น 4 แสนบาท รวมถึงมีเหยื่อกว่า 100 ราย ที่ต้องสูญเสียเงินรวมกว่า 80 ล้านบาทในกับเเก๊งนี้
ด้านนายวสันต เผยว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าใช้เฟซบุ๊กปลอม 2 ชื่อ เพื่อติดต่อกับเหยื่อโดยอ้างตัวเป็นทหารอเมริกาและนักการทูต ซึ่งกลุ่มดังกล่าว ใช้วิธีนัดพบเหยื่อและนำเงินดอลลาร์มาให้เหยื่อดู แต่อ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าว ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะถูกปั๊มตัวอักษรคำ ว่า “Original” ไว้ จำเป็นต้องใช้น้ำยาชนิดพิเศษล้างออก โดยน้ำยาดังกล่าว มีราคา 700,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาได้นำเงินดอลลาร์จริงจำนวน 100 ดอลลาร์ 2 ใบ มาทดลองให้เหยื่อดู และพาเหยื่อไปแลกเงินซึ่งปรากฏว่าเป็นเงินจริง เหยื่อจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ 400,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินจริงมาให้ภายหลัง แต่ต่อมาไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย
ทั้งนี้ จากการตรวจความเคลื่อนไหวบัญชีที่ยึดได้ 5 บัญชี ตรวจสอบพบว่า เพียงแค่ 2 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาท และจะเรียกผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีทั้ง 5 มาชี้แจง ซึ่งนอกจากผู้ต้องหารายดังกล่าว ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย ที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และเชื่อว่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน โดยในวันนี้ ได้เรียกภรรยาของผู้ต้องหา ที่หลอกว่าเป็นชิปปิ้งให้ปากคำ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่เชื่อว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดแน่นอน สำหรับขบวนการเงินดำ แต่เดิมจะมีการใช้ผงถ่านทาที่ธนบัตร และนำมาหลอกเหยื่อว่าต้องใช้น้ำยาในการล้างออก แต่ปัจจุบัน เปลี่ยนวิธีเป็นการปั๊มตัวอักษรเพื่อใช้น้ำยาพิเศษล้างออกแทน.