ชายแดนแม่สอดผวา เหตุปะทะในเมียนมายังหนักหน่วงต่อเนื่อง ล่าสุดมี "กระสุน" ข้ามมาตกใส่บ้านประชาชนได้รับความเสียหาย ทหารไทยจึงยิงเตือนทันที ด้วยกระสุนส่องสว่าง 1 นัด

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์สู้รบในเมียนมา ว่า กองทัพอากาศเมียนมา ใช้เครื่องบินแบบ Y-12 จำนวน 1 เครื่อง ทำการส่งเสบียงอาหาร และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ทางอากาศ โดยใช้ร่ม 6 ร่ม โยนลงมา เพื่อส่งให้ทหารเมียนมา ที่กองบังคับการควบคุมยุทธการที่ 13 ฐานที่ทิชาแหล่ ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์เหนือ หมู่ที่ 3 อ.พบพระ จ.ตาก ห่างจากชายแดนไทย เมียนมา 3 กิโลเมตร เพื่อรักษาฐานทิชาแหล่ และ บก.ควบคุมยุทธการ ซึ่งมีความสำคัญมากในการสั่งการอำนวยการทหารเมียนมาในพื้นที่สู้รบ และใกล้เคียง 

ส่วนสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กองพลที่ 22 กับ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอ. (เคเอ็นยู.) ที่บ้านมินลาป่าน อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ทหารเมียนมาใช้ความพยายามส่งกำลังทหารราบ เข้าปะทะกับฝ่ายกะเหรี่ยง โดยมีกระสุนปืน อาร์พีจี. ล้ำแดนมาตกที่หลังคาบ้านในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้บ้านได้รับความเสียหาย ส่วนเจ้าของบ้าน และสมาชิกในบ้านปลอดภัย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ตชด.346 อ.แม่สอด เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และเก็บหลักฐานไปแล้ว ระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ยิงกระสุนปืนส่องสว่างแจ้งเตือนฝ่ายเมียนมาไปทันที 

โดย "กองกำลังนเรศวร" รายงานว่า วันที่ 3 พ.ย. 69 เวลา 19.15 น. หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ทำการ ยิงเตือนด้วยกระสุนส่องสว่างทันที ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง (ROE) หรือ Rules of Engagement หลังจากได้มีกระสุนจากการปะทะระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน ข้ามมาตกในฝั่งประเทศไทย ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก

ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารเมียนมาได้โจมตีฝ่ายกะเหรี่ยงอย่างหนักทั้งทางอากาศ และภาคพื้นดิน ที่บ้านมินลาป่าน ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงก์ หมู่ที่ 9 ต.มหาวัน อ.แม่สอด ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 0.5 กม. จนมีการแจ้งเตือนชาวบ้าน หากมีการรบหนักตามแนวชายแดนฝั่งตรงข้ามให้ชาวบ้านเตรียมเดินทางไปหลบภัยที่หลุมหลบภัยโรงเรียนบ้านแม่โกนเกนแล้ว