คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ในการแข่งขัน “FSG BIZ Founders: Business for a Sustainable Future – The Ultimate Young Entrepreneur Competition” ภายในงาน FSG Academic Expo 2026 ภายใต้แนวคิด "สร้างธุรกิจ เปลี่ยนโลก สู่อนาคตที่ยั่งยืน" เพื่อส่งเสริมทักษะความเป็นผู้ประกอบการแก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปีแห่งพันธกิจด้านการศึกษาของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โดยมีโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน และมีคณะ BUSEM ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะความเป็นผู้ประกอบการแก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้สามารถต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจจริง ตั้งแต่การมองหาโอกาสไปจนถึงการพัฒนาแผนธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

มิสกนกวรรณ แก้วมาก ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย English Program โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ กล่าวว่า "การแข่งขันนี้เกิดจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนตลอดโครงการ การที่มีทีมส่งผลงานมากกว่า 100 ทีม สะท้อนความตื่นตัวของเยาวชนไทยต่อแนวคิดการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน"

ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 10 ทีม Finalists เดินทางมายังมหาวิทยาลัยกรุงเทพเพื่อเข้าร่วม Workshop เตรียมความพร้อม ครอบคลุม Founder Mindset, Business Model, Business Planning, Financial Modelling และศิลปะการ Pitching พร้อมรับคำแนะนำจากอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ

ดร.เหมือนฝัน รัตนวานิช หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะ BUSEM เล่าถึงบทบาทของคณะว่า "ทางคณะ BUSEM เป็นผู้จัด Workshop และให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ตั้งแต่การออกแบบ Business Model ไปจนถึงการวางแผน Financial Model หลังจากนั้นแบ่งเป็น Session ให้คำปรึกษาแบบเฉพาะทีม ให้แต่ละทีมได้พูดคุยกับอาจารย์แบบตัวต่อตัว ตลอดโครงการแต่ละทีมได้พบอาจารย์อย่างน้อย 2-3 ครั้ง หากนักเรียนมีข้อสงสัยตรงไหน อาจารย์คณะ BUSEM พร้อมให้คำแนะนำและช่วยปรับไอเดียที่ยังไม่ตรงประเด็นให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องค่ะ"





รอบชิงชนะเลิศจัดขึ้นภายในงานมหกรรมวิชาการ FSG Academic Expo 2026 ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ โดย ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวเปิดว่า "ตลอดการแข่งขัน BIZ FOUNDERS: Business for a Sustainable Future เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะสำคัญทั้งการสื่อสาร การวางแผน และการโน้มน้าว ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยและการใช้ชีวิตในอนาคต พร้อมได้รับความรู้ด้านธุรกิจและการวางแผนธุรกิจจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนไทยให้ความสนใจด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น และสามารถสร้างเส้นทางของตัวเองผ่านการทำธุรกิจได้ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิด Workshop และประสบการณ์จริง การแข่งขันครั้งนี้ไม่ควรจบเพียงวันงาน แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิด Lifelong Learning ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยกรุงเทพและโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้ และขอให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนรู้ เพราะเป้าหมายสำคัญของการแข่งขันไม่ใช่เพียงผลแพ้ชนะ แต่คือการได้เรียนรู้ร่วมกันและได้รับประสบการณ์จริงด้านการวางแผนธุรกิจ การ Pitch และทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในอนาคต"


ผลการแข่งขัน

- รางวัลชนะเลิศ ทีม Pure Paint จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ รับทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญทองและเกียรติบัตร

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม ERD จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญเงินและเกียรติบัตร

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม EcoLoop จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล เหรียญทองแดงและเกียรติบัตร

- รางวัล Diamond Award ทีม PassBhumi จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล รับทุนการศึกษา 5,000 บาทและเกียรติบัตร 

ข้อคิดจากคณะกรรมการ

ผศ.ดร.ลักคณา วรศิลป์ชัย รองอธิการบดีสายพัฒนาธุรกิจและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัคร นักศึกษา กล่าวว่า “ประทับใจในความสามารถของน้องๆ นักเรียนทุกโรงเรียน ทุกคนเก่งมาก มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถนำมาต่อยอดเป็นไอเดียทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ นักเรียนมีความรอบรู้ ทันสมัย มองเห็นช่องว่างของความต้องการสินค้าและบริการในตลาด และนำเสนอแผนธุรกิจต่อกรรมการได้อย่างน่าทึ่งค่ะ”

คุณมณเฑียร ตันตกิตติ์ Managing Director Montien Hotel Group กล่าวหลังประกาศผลว่า "วันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจในไอเดียของน้องๆ มาก เห็นได้ชัดว่าทุกทีมได้รับการบ่มเพาะจากอาจารย์ตลอดช่วงที่ผ่านมาและนำคำแนะนำมาปรับใช้จนผลงานมีความชัดเจนขึ้น ในบรรดาผลงานทั้งหมด มีหลายโปรเจกต์ที่หยิบยกเรื่อง SDG และ Social Enterprise มาเป็นหัวใจของธุรกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจและมีคุณค่าอย่างยิ่งครับ"

คุณวสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวด้วยความประทับใจว่า "ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็น Business Idea ที่น่าประทับใจ ในหลายๆโครงการ บางไอเดียมีความ Beyond มาก ผมเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากน้องๆ กลับไปด้วยเช่นกัน และหากจะฝากข้อแนะนำถึงน้องๆ อยากให้ใส่ใจเรื่องกฎหมาย ทั้งลิขสิทธิ์ การออกแบบโลโก้ และการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจครับ"

ปิดท้ายด้วย คุณอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรืองวาแสตนดาร์ด อินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า "เวทีนี้เป็นเวทีที่ดีอย่างยิ่ง เพราะเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เริ่มคิดไอเดียธุรกิจตั้งแต่ต้น ได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจและอยากเป็นในอนาคต โดยไม่ต้องรอถึงรั้วมหาวิทยาลัยก็สามารถมองเห็นภาพตัวเองได้แล้ว และไม่จำเป็นต้องเลียนแบบใคร สิ่งที่อยากฝากน้องๆ คือให้ลองมองจากมุมของผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย แล้วทำไมเขาจึงต้องเลือกเรา ลองสวมบทบาทเป็นผู้บริโภคดู แล้วจะเข้าใจจุดอ่อนของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ".

Pure Paint ไอเดียแชมป์ "สีทาบ้านกำจัดฝุ่น"

ทีม Pure Paint ประกอบด้วย นายพชรวัฒน์ อึ้งปกรณ์แก้ว นายญาณกวี ทองอุย และนายศิวกร หงสกุล จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ นำเสนอสีทาบ้านที่ช่วยลดฝุ่น โดยใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ ซึ่งมีงานวิจัยในต่างประเทศรองรับ ไอเดียเริ่มจากปัญหาฝุ่นภายนอกที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ โดยตั้งเป้าให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคน นอกจากทาได้รอบบ้านแล้ว ยังออกแบบลวดลายได้ด้วย โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้รักสุขภาพ และวางแผนวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มเติมในอนาคต

แม้การแข่งขันจะจบลง แต่ทักษะการคิด การวางแผน การสื่อสาร และประสบการณ์จริงที่เยาวชนได้รับ จะเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับอนาคต สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่มุ่งสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้เยาวชนอย่างต่อเนื่อง และเป็นอีกก้าวของการบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างธุรกิจเพื่อสังคมและโลกที่ยั่งยืน