สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพวิน จยย.รับจ้าง ที่เสียเงินซื้อเสื้อใหม่ไปแล้ว ด้วยการรับซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่รายละเอียดและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือยังอยู่ระหว่างพิจารณา


วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยปรับเปลี่ยนเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีน้ำเงินเข้ม ก่อนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องความปลอดภัยในการมองเห็นช่วงกลางคืน ความสับสนของนักท่องเที่ยว และภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ที่ต้องซื้อเสื้อใหม่ในราคาตัวละ 550 บาท จนนำไปสู่การทบทวนมาตรการดังกล่าว


ล่าสุด นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ได้ลงนามในประกาศลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ยกเลิกประกาศกำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งเดิมประกาศไว้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนเสื้อกั๊กอาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน รวมถึงมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่เสื้อกั๊กสีส้มมาตรฐานเดิมเป็นที่จดจำและสังเกตเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว จึงให้กลับไปใช้แนวทางตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกโดยทั่วไป


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประกาศยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมา คือ ผู้ขับขี่จำนวนหนึ่งได้เสียเงินซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงินไปก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดข้อเรียกร้องถึงแนวทางช่วยเหลือหรือเยียวยาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น


ล่าสุด นายกฤษณ์ จิระมงคล อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ภายหลังติดตามข่าวและรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทางสมาคมฯ ได้มีการหารือร่วมกันภายในองค์กร รวมถึงพูดคุยกับทางอำเภอบางละมุง เพื่อพิจารณาแนวทางเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับผลกระทบ


นายกฤษณ์กล่าวว่า ทางสมาคมฯ มองว่าการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ แต่เมื่อเกิดปัญหาภาระค่าใช้จ่ายจากการจัดซื้อเสื้อกั๊กใหม่ จึงต้องการเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ซื้อเสื้อไปแล้ว


ทั้งนี้ สมาคมฯ มีแนวคิดช่วยเหลือด้วยการรับซื้อเสื้อกั๊ก เพื่อลดความเดือดร้อนและนำเสื้อดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อ เนื่องจากก่อนหน้านี้ภายในสมาคมฯ มีการหารือเกี่ยวกับโครงการจัดหาเครื่องแบบและเสื้อสำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ จึงมองว่าอาจสามารถนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างได้


นายกฤษณ์ ระบุว่า จุดประสงค์สำคัญของสมาคมฯ คือการเข้ามามีส่วนร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพ ไม่ต้องการให้ผู้ขับขี่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนแปลงมาตรการเพียงฝ่ายเดียว โดยจะต้องพิจารณารูปแบบการดำเนินการให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับราคารับซื้อ จำนวนเสื้อที่จะรับซื้อ หรือขั้นตอนการดำเนินการอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากทางสมาคมฯ อีกครั้ง


สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยา ภายหลังการยกเลิกประกาศเปลี่ยนสีเสื้อกั๊ก โดยประเด็นที่ยังต้องติดตาม คือ แนวทางจัดการกับเสื้อสีน้ำเงินที่ผู้ขับขี่ซื้อไปแล้ว และมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้