วินพัทยาเฮ! ผู้ว่าฯ ชลบุรี ลงนามยกเลิกเสื้อวินสีน้ำเงิน กลุ่มวินเห็นด้วย แนะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ด้านอำเภอ ส่งไลน์แจ้ง ให้นำเสื้อมาคืนและเปลี่ยนเป็นสีส้มให้ฟรี เผยเบื้องหลังเสื้อวินพัทยา เริ่มจากร้องเรียนวินเถื่อน ก่อนเปลี่ยนสีส้ม สู่แนวคิด สีฟ้าน้ำทะเล กระทั่งเป็น “สีน้ำเงิน”
จากกรณี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยา โดยปรับเปลี่ยนเสื้อกั๊กจากสีส้ม เป็นสีน้ำเงิน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งหลายคนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนสีเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างในครั้งนี้ เพราะมองว่าสีส้มเป็นสีเอกลักษณ์ของกลุ่มอาชีพวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง อีกทั้งกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างมองว่าเสื้อสีน้ำเงิน ทำให้รายได้ลดฮวบ, สีค่อนข้างทึบ, ไม่สะดุดตา และไม่ปลอดภัยในเวลากลางคืน แถมยังต้องเสียเงินค่าใช้จ่าย 550 บาท ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันนี้เมื่อช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ได้ลงนามในประกาศลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เรื่อง ยกเลิกประกาศกำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งเดิมออกประกาศไว้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568
โดยประกาศระบุว่า การเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเสื้อและอุปกรณ์ใหม่ซ้ำซ้อน รวมถึงประเด็นความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการปฏิบัติ ขณะที่เสื้อกั๊กสีส้มมาตรฐานเดิมเป็นที่จดจำและสังเกตเห็นได้ชัดอยู่แล้ว
คณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรีจึงมีมติยกเลิกประกาศดังกล่าว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ป้องกันความสิ้นเปลือง และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพ โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่อำเภอบางละมุง กลับไปใช้แนวทางหรือข้อกำหนดตามระเบียบและประกาศของกรมการขนส่งทางบกโดยทั่วไป
นายเบิร์ด หัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง หน้าสถานีรถบัสโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ - พัทยา เปิดใจกับทีมข่าวว่า รู้สึกดีใจและเห็นด้วยที่มีการยกเลิกเสื้อสีน้ำเงินให้กลับไปใช้สีส้มตามเดิม เพราะมองว่าสีส้มเป็นสีเอกลักษณ์ของกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ส่วนประเด็นเรื่องเงินค่าเสื้อ 550 บาท ตอนนี้ไม่รู้สึกกังวลเนื่องจาก ทางอำเภอบางละมุงมีการส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้วินรถจักรยานยนต์รับจ้างนำเสื้อที่ได้จากทางอำเภอไปเปลี่ยนเป็นเสื้อวินสีส้ม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่คืนเงิน ส่วนตัวตนไม่หนักใจ แต่ก็สงสารกลุ่มบางคนที่มีรายได้น้อย
นอกจากนี้อยากเสนอแนะถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้แก้ไขปัญหาเรื่องวินรถจักรยานยนต์รับจ้างให้ตรงจุด ส่วนเรื่องเสื้อสีน้ำเงินที่มีนโยบายเปลี่ยนสีก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าตนไม่เห็นด้วย แต่มองว่าเสื้อสีน้ำเงินมีสีทึบเกินไปและไม่สะดุดตา และถ้าหากจะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการป้องกันวินเถื่อนที่จะเข้ามาวิ่งในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ของเมืองพัทยา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบแก้ไขให้ตรงจุด รวมถึงปัญหาเรื่องรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ (ป้ายเหลือง) และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งยังคงเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในปัจจุบัน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจตามวินต่าง ๆ ในเมืองพัทยา ปรากฏว่ายังมีกลุ่มวินใส่เสื้อสีน้ำเงินและสีส้มอยู่ทั่วเมืองพัทยา นอกจากนี้ ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจ ปรากฏว่ามีผู้โดยสารเป็นผู้หญิง 2 คน มาเรียกวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่พอเห็นคนใส่เสื้อวินสีน้ำเงิน กลับไม่กล้าที่จะพูดคุยด้วย เพราะไม่เข้าใจว่าเป็นใคร
โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้โดยสารทั้ง 2 คน ให้ข้อมูลตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการเปลี่ยนสีเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างในเขตพัทยา จากสีส้มมาเป็นสีน้ำเงิน เพราะตอนแรกที่เห็นไม่กล้าที่จะพูดคุยด้วย เข้าใจว่าเป็นคนขับรถโดยสารทั่วไป ส่วนตัวมองว่าสีส้มเป็นสีเอกลักษณ์ของวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง อีกทั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินข่าวว่าเมืองพัทยามีการเปลี่ยนสีเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง พอมาเห็นเสื้อวินสีน้ำเงินก็ไม่กล้าที่จะพูดคุย และอยากให้กลุ่มอาชีพวินรถจักรยานยนต์รับจ้างกลับมาใส่เสื้อสีส้มเหมือนเดิม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากทางอำเภอบางละมุง ถึงที่มาของการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ว่า เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2568 สมัยนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอบางละมุง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างเกี่ยวกับปัญหาวินเถื่อนและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ จึงมีการหารือนอกรอบกับกลุ่มหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อหาแนวทางจัดระเบียบและสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ขับขี่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับผู้ให้บริการนอกระบบ
ในการหารือครั้งนั้น มีการเสนอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กเป็นสีฟ้าน้ำทะเล เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองพัทยาซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่ตัวแทนหัวหน้าวินบางส่วนให้ความเห็นว่าสีฟ้าอ่อนอาจซีดจางได้ง่าย จึงเสนอให้ปรับเป็นสีที่เข้มขึ้น
ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการประจำท้องที่ครั้งแรก เพื่อพิจารณาประเด็นที่เคยหารือกันนอกรอบ โดยมีมติเห็นชอบให้ใช้เสื้อกั๊กสีฟ้าเข้ม ก่อนจะมีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของรูปแบบเสื้อ สำหรับเสนอให้คณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรีพิจารณา
กระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรีได้มีหนังสือกำหนดให้ใช้เสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมสีฟ้าเข้ม โดยทางอำเภอบางละมุงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องการเปลี่ยนสีเสื้อ ก่อนจะมีการจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพตามมา


