หญิงวัย 66 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังนานกว่า 25 วัน เผยถูกปลิงกัดขณะเดินลุยน้ำท่วม จึงนำไปดองเก็บไว้เป็นที่ระลึกนับสิบตัว โอดเงินเยียวยา 9,000 บาทว่า ไม่เพียงพอกับความเสียหาย


เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นชุมชนบ้านเรือนริมคลองแสนแสบ ติดกับคลองหลวงแพ่ง บริเวณรอยต่อเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร โดยเฉพาะถนนและทางเดินภายในซอยที่ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือพายเข้าออกบ้านแทนการเดินเท้า เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปลิงชุกชุม เกรงว่าจะถูกปลิงเกาะและกัดขณะลุยน้ำ

ชาวบ้านในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่า 25 วัน บางหลังน้ำไหลเข้าท่วมภายในบ้านจนเตียงนอนจมอยู่ในน้ำ ต้องหาพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำเพียงเล็กน้อยใช้เป็นที่หลับนอน ขณะที่ชาวบ้านได้นำไม้กระดานมาพาดเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพื้นที่แห้งเข้าหากัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำที่มีปลิงอยู่เป็นจำนวนมาก

น.ส.จันทรา อายุ 66 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า หลังน้ำภายในบ้านเริ่มลดลงประมาณ 2 วัน จึงเริ่มใช้เครื่องดูดน้ำเร่งระบายน้ำออกจากบ้าน แม้ภายในบ้านจะเริ่มแห้ง แต่บริเวณรอบบ้านและทางเข้าออกยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่สามารถเดินหรือใช้รถเข้าออกบ้านได้ตามปกติ ต้องเปลี่ยนมาใช้เรือพายแทนมานานกว่า 25 วันแล้ว

ป้าจันทรา เล่าต่อว่า นอกจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังต้องระวังปลิงที่อยู่ในน้ำ เพราะเคยถูกปลิงกัดมาแล้วหลายครั้ง หากพบปลิงที่เกาะตามร่างกายจะใช้น้ำส้มช่วยให้ปลิงหลุดออก โดยพยายามไม่ดึงออกโดยตรง เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดบาดแผลและเลือดไหลไม่หยุด ส่วนปลิงที่กัดตนเองนั้นได้นำไปดองเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยมีทั้งตัวที่กัดและตัวที่ช้อนเก็บได้ระหว่างพบเห็นในน้ำ เมื่อนำออกมาให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่ามีปลิงดองเก็บไว้จำนวนหลายสิบตัว

ป้าจันทรา ยังกล่าวถึงเงินเยียวยาน้ำท่วมที่ได้รับจำนวน 9,000 บาทว่า ไม่เพียงพอกับความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกในครอบครัวและบ้านของญาติพี่น้องต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน

ขณะที่ น.ส.สมศรี นฤทัย อายุ 65 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน เปิดเผยว่า ต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกบ้านเช่นเดียวกัน และต้องใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังต้องคอยดูแลหลาน โดยใช้พื้นที่ชั้นสองของบ้านเป็นที่พักอาศัย เพื่อหลีกเลี่ยงการลงไปสัมผัสน้ำที่มีปลิงชุกชุม ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านริมคลองหลวงแพ่ง ที่ไม่เพียงต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน แต่ยังต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงจากปลิงในน้ำ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในพื้นที่.