จังหวัดเพชรบุรี เตรียมประกาศ 9 ตำบล 46 หมู่บ้านในพื้นที่ อ.เขาย้อย เป็นเขตภัยพิบัติ พร้อมตรวจสอบเข้าหลักเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือตาม โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ หรือไม่
จากกรณีเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเขาย้อย ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากพื้นที่สูง สมทบกับมวลน้ำที่ไหลมาจาก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ทำให้วันที่ 11 ต.ค.เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลจาก ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย เข้าสู่ คลองบางเค็ม ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย ในปริมาณจำนวนมาก กระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยวกราก ไหลเข้าทั่วหมู่บ้านด้วยเวลาอันรวดเร็ว ระดับน้ำสูงขึ้น จนรถยนต์ทั่วไป ไม่สามารถสัญจรได้ มวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในระดับสูงและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านวัดโพธิ์ หมู่ 4 บ้านบางเค็มพัฒนา และหมู่ 6 บ้านล่าง ต.บางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 หลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง กระแสน้ำมีความแรง และมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ต.ค.69 นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต 3 พล.ต.ต.คนิชย์ อ่วมสอาด ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี นายสุรพันธ์ สิทธิชัย นายอำเภอเขาย้อย นายเนติ ศิริชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย เดินทางลงพื้นที่ ต.บางเค็ม ร่วมอำนวยการให้การช่วยเหลือประชาชน มอบอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ยารักษาโรค โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง กำลังทหาร นพค.13 รวมกว่า 100 คน นำกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ ช่วยเหลือประชาชน นำผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และประชาชนออกนอกพื้นที่ แต่ยังมีประชาชนบางส่วนสมัครใจอยู่บ้าน ไม่ยอมออกนอกพื้นที่ เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัยด้านทรัพย์สิน
นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ในพื้นที่ อ.เขาย้อย ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว 9 ตำบล 46 หมู่บ้าน ได้ประสานทุกภาคส่วน เร่งให้การช่วยเหลือทุกด้านแล้ว ส่วนด้านการเยียวยาเบื้องต้นจะเร่งประกาศพื้นที่ทั้ง 9 ตำบล 46 หมู่บ้านเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ เพื่อเร่งให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือตาม โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดซื้อประกันภัยให้ประชาชนคนไทย หรือไม่ ถ้าเข้าหลักเกณฑ์ ประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นทันที 10,000 บาท โดยไม่ต้องรอประเมิน และจ่ายส่วนที่เหลือตามความเสียหายจริง รวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทด้วย


