นพ.สรณ พลิกกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรฯ และรัฐธรรมนูญ โต้คณะกรรมการสรรหาบอร์ด กสทช. ที่สั่งปรับวันละ 5 หมื่น หากไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้อำนาจคณะกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่แต่งตั้งบอร์ด กสทช. ครบ 7 คน ขอสงวนสิทธิ์ใช้กฎหมายปกป้องตัวเอง


เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้มอบหมายให้สำนักงานประธาน กสทช. ยื่นหนังสือคัดค้าน โต้แย้งมาตรการบังคับทางปกครองที่ออกโดย นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการสรรหาบอร์ด กสทช. ซึ่งมีคำสั่งให้นพ.สรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ภายใน 7 วัน พร้อมปรับเงินวันละ 50,000 บาท

เอกสารระบุ ข้อโต้แย้งประกอบด้วย 1. คณะกรรมการสรรหาฯ สิ้นสุดอำนาจหน้าที่ไปนานแล้ว โดยภารกิจของคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งเป็นองค์กรเฉพาะกิจตามกฎหมาย ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงตั้งแต่วันที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2564 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช. ครบทั้ง 7 คนแล้ว 

ดังนั้นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ ย่อมสิ้นสุดลง ตามกลไกที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และสอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่วางบรรทัดฐานไว้ชัดเจนว่า “ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาได้สิ้นสุดลงและไม่มีอำนาจต่อเนื่องในการเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่”

2. ไม่มีเหตุที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ได้โดยพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาฯ ในการพิจารณาวินิจฉัยว่าผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้กระทำ การฝ่าฝืนข้อกฎหมายใดๆ หรือมีอำนาจสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ การออกคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการก้าวล่วงและแทรกแซงการทำงานของ กสทช. โดยปราศจากอำนาจโดยชอบ

3. กระบวนการทางกฎหมายยังไม่ถึงที่สุด ปัจจุบันสถานะทางคดียังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ในชั้นศาลปกครองสูงสุด การเร่งรัดใช้มาตรการบังคับทางปกครองและเรียกเก็บค่าปรับสูงถึงวันละ 50,000 บาท ทั้งที่กระบวนการพิจารณายังไม่ยุติ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม สร้างภาระและความกดดันอย่างไม่สมเหตุสมผลแก่ผู้ดำรงตำแหน่ง

4. หนังสือที่อ้างถึงไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดแจ้งเพียงพอ และไม่ได้นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่นพ.สรณ โดยหนังสือแจ้งเหตุดังกล่าวไม่ได้แสดงรายละเอียดการประชุมและการลงมติของคณะกรรมการสรรหาฯ อย่างโปร่งใส เช่น มิได้แจ้งรายละเอียดว่ามติดังกล่าวมีขึ้นหรือไม่ หากมีขึ้น มีขึ้นที่ใด เมื่อใด จัดทำโดยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ครบองค์ประชุมหรือไม่ และกรรมการสรรหาฯ แต่ละคนที่เข้าร่วมประชุมมีความเห็นและมีมติอย่างไร เป็นไปตามที่กล่าวอ้างในหนังสือที่อ้างถึงหรือไม่ อีกทั้งหนังสือฉบับดังกล่าวลงนามโดยนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เพียงคนเดียว จึงไม่ปรากฏว่ากรรมการสรรหาฯ รายอื่นได้ร่วมพิจารณาและร่วมลงมติหรือไม่

5. หนังสือที่อ้างถึงไม่ได้แสดงข้อพิจารณาและการใช้ดุลพินิจในการชี้แจงหลักเกณฑ์หรือพื้นฐานในการคำนวณอัตราค่าปรับที่สูงเกินส่วนอย่างชัดเจน และไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าปรับบังคับการว่าจะต้องชำระที่ไหน อย่างไร และให้ใคร

แถลงการณ์ ระบุอีกว่า นพ.สรณ ขอให้คณะกรรมการสรรหาฯ งดเว้นและระงับการบังคับทางปกครอง รวมถึงการเรียกเก็บค่าปรับดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้จัดส่งเอกสารรายงานการประชุมให้ครบถ้วนและชัดแจ้ง และหลักเกณฑ์การคำนวณกำหนดค่าปรับบังคับการจำนวน 50,000 บาทต่อวันมาให้ทราบอย่างครบถ้วน โดยขอสงวนสิทธิทุกประการในการดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและเกียรติภูมิในการทำงาน.