บสย. ปลุกเศรษฐกิจฐานราก ย้ำภารกิจช่วย “คนตัวเล็ก” ลุยค้ำประกันสินเชื่อ ร้านค้าบนแอปฯ “ถุงเงิน-นกกระซิบ” เล็งผนึก LINE MAN เพิ่มโอกาส SMEs รายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน

ตลอดปีนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ตอกย้ำภารกิจช่วย “คนตัวเล็ก” พ่อค้า แม่ค้า SMEs รายย่อย อาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ด้วยการออกแบบโครงการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเข้าไปช่วยคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เห็นชัดจากสัดส่วนการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการกลุ่ม Nano SMEs (วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 5,000 – 50,000 บาทต่อราย) ในกลุ่มร้านค้า ร้านอาหารรายย่อย ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยอัตราการเติบโตวงเงินค้ำประกัน ณ เดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 27.9% และจำนวนรายเพิ่มเป็น 22.2% เมื่อเทียบจากสิ้นปี 2568

ภารกิจดังกล่าวมีความชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน บสย. ได้เข้าไปช่วยเหลือร้านค้าและ SMEs รายย่อย ผ่าน “โครงการค้ำประกันสินเชื่อ AI นกกระซิบ” ซึ่งเป็นการต่อยอดความช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้ารายย่อยกว่า 1.2 ล้านราย ในระบบโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่ใช้ AI “นกกระซิบ” เป็นตัวช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการร้านค้า ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มคนตัวเล็ก สามารถต่อยอดและขยายกิจการ ทั้งป้องกันการกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส” ผนึกกำลังกับสถาบันการเงินของรัฐ และกลุ่ม Non-Bank ผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ข้อดีคือ มีช่องทางบริการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย รวมถึงมีหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่น เพิ่มโอกาสให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หรือร้านค้าขนาดเล็ก ที่ต้องการเงินทุนไม่สูงมากเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการค้าขาย โดย บสย. จะทำหน้าที่เข้าไปช่วยดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ช่วยปลดล็อกคนกลุ่มนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยตั้งเป้าทั้งโครงการจะสามารถช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 100,000 ราย (เฉลี่ยรายละ 20,000 บาท)

ล่าสุดเพื่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น บสย. เตรียมผนึกกำลังกับแอปพลิเคชัน LINE MAN Wongnai เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้กับร้านค้าบนแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งมีการใช้เครื่องมือ AI “Wongnai Genie” มาวิเคราะห์ธุรกิจ ต้นทุน ยอดขาย ฯลฯ รวมถึงสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ขณะเดียวกันก็เดินหน้าขยายการค้ำประกันสินเชื่อไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Non-Bank) รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลรายอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายย่อย อาชีพอิสระ ที่ขาดคนค้ำประกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น    

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. มีบทบาทสำคัญในการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อช่วย SMEs ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน และขาดคนค้ำประกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ โดยเฉพาะจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยปัจจัยลบรอบด้าน ส่งผลกระทบชัดเจนต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs รายย่อย พ่อค้า แม่ค้า และกลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งเป็น “กลุ่มเปราะบาง” ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ 

“ปัญหาการเข้าไม่ถึงสินเชื่อของ SMEs รายย่อย ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบาง เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข และต้องอาศัยการบูรณาการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อช่วยให้กลุ่ม SMEs รายย่อย คนตัวเล็ก ซึ่งเปรียบดังเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งตามไปด้วย” ดร.สิทธิกร กล่าว 

นอกจากมิติของการช่วยเหลือร้านค้า SMEs รายย่อย และอาชีพอิสระ ตลอดปีนี้ บสย. ยังเดินหน้าช่วย “กลุ่มเปราะบาง” ในมิติอื่นๆ อาทิ ร่วมกับ สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ Micro SMEs และผู้จำนำ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการให้ความรู้ และสร้างโอกาสให้ผู้จำนำที่มีศักยภาพและต้องการประกอบธุรกิจ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับ SMEs จากการจำนำทรัพย์สินไปสู่การขอสินเชื่อ และเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในที่สุด  

นอกจากนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง บสย. ยังได้ออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า SMEs รายย่อย ด้วยการพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน พร้อมเดินหน้าเสริมสภาพคล่อง สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้กับ SMEs พร้อมต่อลมหายใจให้คนตัวเล็ก สามารถฝ่าวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้น 

ขณะเดียวกัน ยังได้ลงพื้นที่แจกถุงฟื้นฟูให้แก่ผู้ที่ประสบอุทกภัย พร้อมจัดทีม ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน (บสย. F.A. Center) และทีมงานสำนักงานเขตของ บสย. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจการลูกค้าและให้คำปรึกษาแก่ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม” ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลาง (One-Stop Service) รับเรื่อง ให้ข้อมูล และประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย โดย บสย. ได้จัดเตรียมผู้เชี่ยวชาญจาก บสย. F.A. Center พร้อมให้คำปรึกษา ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย