เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การฟื้นฟูภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมได้คลี่คลายแล้ว กทม.ขอความร่วมมือประชาชนคัดแยกขยะออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะชุมชนทั่วไป เช่น ขยะในถุงดำ ซึ่งสามารถจัดเก็บตามรอบปกติ และขยะชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกและเครื่องจักรเพิ่มเติมในการจัดเก็บ ขอให้บรรจุลงถุงบิ๊กแบ็ก หรือถุงปุ๋ย และวางไว้บริเวณหน้าบ้าน เพื่ออำนวย ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าจัดเก็บ โดย กทม.อยู่ระหว่างจัดหาถุงบิ๊กแบ็กเพื่อสนับสนุนชุมชน

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กรุงเทพฯมีปริมาณขยะทั่วไป ประมาณ 9,000 ตันต่อวัน และภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมมีขยะชิ้นใหญ่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจะช่วยให้การจัดเก็บเป็นไป อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาขยะตกค้าง กลิ่น และผลกระทบด้านสุขอนามัย 

เล็งจ้างเอกชนเสริมทัพจัดการ "ขยะชิ้นใหญ่"

ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างพิจารณาจัดจ้างภาคเอกชนเพื่อเพิ่มรถบรรทุกและเครื่องจักรสำหรับจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ โดยอาจใช้รูปแบบการจ้างเหมารายวัน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและลดการเดินทางไปยังจุดกำจัดขยะที่อยู่ห่างไกล หากไม่สามารถจัดหารถและกำลังคนได้พร้อมกัน กทม.สามารถพิจารณาเช่าเฉพาะรถ หรือเครื่องจักร และใช้กำลัง เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานร่วมกัน 

“กทม.ขอความร่วมมือประชาชนทิ้งขยะ ตามจุดที่กำหนดและคัดแยกขยะให้ถูกประเภท พร้อมให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ และสำนักงานเขตสำรวจจุดที่มีขยะตกค้างและติดตามพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำขยะมาทิ้งซ้ำหลังจากดำเนินการทำความสะอาดแล้ว” นายพรพรหมกล่าว.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม