“หนูคิดว่าจะนอนยังไงถ้าน้ำท่วมห้อง” เด็กกว่า 100 ชีวิตอพยพหนีน้ำท่วมราชบุรี ยูนิเซฟส่งของช่วยเหลือฉุกเฉิน
ราชบุรี, 6 ตุลาคม 2569 – “หนูคิดว่าจะนอนยังไงถ้าน้ำท่วมห้อง” มีนา เด็กหญิงวัย 14 ปี เล่าถึงคืนที่น้ำท่วมวัดใหม่สี่หมื่น จังหวัดราชบุรี จนเด็กกว่า 100 คนต้องอพยพออกจากที่พักกลางดึก เพื่อความปลอดภัย
วัดใหม่สี่หมื่นในอำเภอดำเนินสะดวกเป็นทั้งบ้านและโรงเรียนของเด็กประมาณ 150 คนที่ได้รับการอุปการะดูแลโดยพระครูโสภณจันทรังสี หรือหลวงพ่อพง เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เด็ก ๆ ตั้งแต่เล็กที่สุดวัยเพียง 1 ขวบ 1 เดือน ไปจนถึงวัย 16 ปี อาศัย กิน และนอนอยู่ที่วัด และเรียนที่โรงเรียนวัดใหม่สี่หมื่นซึ่งอยู่ติดกัน
แต่ในช่วงปลายเดือนกันยายน น้ำจากฝนตกหนักสะสมและการระบายน้ำจากเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มและติดกับแม่น้ำแม่กลองเริ่มถูกน้ำท่วม แม้พระและเด็ก ๆ จะช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้นน้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านน้ำไว้ได้
“ที่วัดหนูช่วยเอากระสอบทรายกั้นห้อง แต่สุดท้ายก็กั้นไม่อยู่ น้ำท่วมสูงประมาณหัวเข่า หนูคิดว่าจะนอนยังไงดีถ้าน้ำท่วมห้อง หลวงพ่อเลยให้ย้ายมาอยู่ที่นี่” มีนาเล่า
คืนวันที่ 30 กันยายน เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ระดับน้ำเพิ่มสูงจนต้องตัดสินใจอพยพเด็ก ๆ มากกว่า 100 คนไปยังหอประชุมโรงเรียนเนกขัมวิทยา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร โดยการย้ายเด็กกว่า 105 คนเสร็จสิ้นในเวลาประมาณตี 1
“ข้าวของเราไม่ได้ห่วง เราห่วงชีวิตของเด็กมากกว่า ข้าวของเครื่องใช้พังมันหาใหม่ได้ แต่ชีวิตคนเรามันหาใหม่ไม่ได้ เด็กสำคัญที่สุด เราเอาความปลอดภัยของเด็กก่อน” พระครูโสภณจันทรังสีกล่าว
สำหรับเด็ก ๆ การย้ายออกจากบ้านที่คุ้นเคยมาอยู่รวมกันในศูนย์อพยพชั่วคราวเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน
“ครั้งนี้เป็นน้ำท่วมครั้งแรกที่เคยเจอ ลำบากตอนน้ำท่วม ขาก็เปียกน้ำตลอด ช่วงน้ำท่วมแรก ๆ หนูย้ายจากห้องพักไปนอนที่โรงเรียนที่อยู่สูงกว่า นอนที่โรงเรียน 2 คืน ก่อนที่น้ำจะท่วมสูงเลยย้ายมาที่นี่” จินจุฑา ตรีพุ หรือ “แอม” เด็กหญิงวัย 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่า
ด.ช.รัฐภูมิ ละออ หรือ “เปรม” วัย 13 ปี ก็เพิ่งเผชิญน้ำท่วมครั้งแรกเช่นกัน ช่วงแรกเขารู้สึกไม่คุ้นเคยกับสถานที่ใหม่ แต่เริ่มปรับตัวได้หลังจากอยู่ที่ศูนย์อพยพสักระยะ
สำหรับเปรม การย้ายออกจากวัดยังมีเรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง เนื่องจากเขามีแผลที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ การสัมผัสน้ำสกปรกอาจทำให้อาการแย่ลง
“พอเริ่มไม่ไหวก็เลยขอหลวงพ่อย้ายมาที่นี่ มันก็ทรมาน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเป็นอะไรแล้ว แผลเริ่มแห้ง มาอยู่นี่มีหมอมีเจ้าหน้าที่มาดูแล” เปรมกล่าว
ที่ศูนย์อพยพ เด็ก ๆ ได้รับการดูแลจากหลายหน่วยงาน ทั้งครู องค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทั้งด้านความปลอดภัย สุขอนามัย การดูแลบาดแผล ตลอดจนกิจกรรมนันทนาการเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ผ่อนคลายและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง
วรรณวิสา พิทักษ์วงษ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า นอกจากความปลอดภัยทางกายภาพแล้ว การดูแลสภาพจิตใจของเด็กก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องเปลี่ยนสถานที่อยู่อาศัยและกิจวัตรประจำวันอย่างกะทันหัน
ที่ศูนย์อพยพ เด็ก ๆ ยังได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้อุปกรณ์กีฬา ของเล่น หนังสือ และเครื่องเขียนที่ยูนิเซฟส่งมาให้ พร้อมกับชุดอุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยและของใช้สำหรับเด็กเล็ก ซึ่งช่วยให้พวกเขายังคงมีช่วงเวลาของการเล่นและกิจวัตรที่คุ้นเคย แม้ต้องย้ายออกจากบ้านชั่วคราว สิ่งของเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือฉุกเฉินที่ยูนิเซฟจัดส่งไปยัง 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และฉะเชิงเทรา
สำหรับเด็กบางคน สิ่งที่อยากได้ที่สุดกลับเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือการได้กลับบ้าน
“อยากให้น้ำลดเร็ว ๆ เพราะอยากกลับไปอยู่ที่วัด จะได้กลับไปช่วยหลวงพ่อทำความสะอาดวัด” กานต์ธิดา มีสุข หรือ “การ์ตูน” เด็กหญิงวัย 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กล่าวในวันที่ 5 ของการอพยพ
ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกเริ่มลดลง และบริเวณวัดใหม่สี่หมื่นเริ่มแห้ง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอาจมีฝนตกหนักเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนตุลาคม


