ผลสำรวจจากผู้เว็บไซต์ไทยรัฐเดือน ก.ย. ชี้คนไทยรัดเข็มขัดหนัก สินค้าแพงบีบหั่นงบเที่ยว-แฟชั่น เน้นซื้อเฉพาะของจำเป็น พร้อมเสียงสะท้อนโซเชียลเชียร์รัฐบาลต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ขณะที่วิกฤตน้ำท่วมซ้ำเติมทำคนกังวลค่าใช้จ่ายฟื้นฟู

ของแพงทำพิษ บีบคนไทยควักจ่ายเฉพาะ “ของจำเป็น”

ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระเป๋าสตางค์ของประชาชน จากการสำรวจผ่าน ไทยรัฐโพล ในหัวข้อ “พฤติกรรมการจับจ่ายของคนไทยยุคค่าครองชีพพุ่ง” เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างหนัก

  • ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 48.90% ระบุว่ามีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น ไม่ใช่กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
  • ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้าคือ “ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน” ครองสัดส่วนถึง 62.59% รองลงมาคือเรื่องของราคาและโปรโมชันที่ 22.23%
  • หากสินค้าประจำปรับราคาขึ้น 37.30% เลือกที่จะลดปริมาณการซื้อลง ขณะที่ 34.71% พร้อมเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นที่ราคาถูกกว่าทันที

“แฟชั่น-ท่องเที่ยว” ร่วง หมวด “อาหาร-ของใช้” รอด

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงประเภทสินค้า พบว่าผู้บริโภคมีลำดับความสำคัญที่ชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า

  • สินค้าที่คนไทยยินดีจ่ายเป็นอันดับแรกคือ “อาหารและของใช้จำเป็น” (81.65%)
  • หากต้องตัดงบประมาณ สิ่งแรกที่พร้อมจะลดคือ "สินค้าแฟชั่น-แบรนด์เนม-บิวตี้" (33.18%) และ "การท่องเที่ยว-สังสรรค์" (31.89%)
  • ข้อมูลนี้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามหลัก ซึ่งเป็นคนวัยทำงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน (64.64%) ที่ต้องรัดเข็มขัดเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจตึงตัว

โซเชียลแห่หนุน ต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส 60/40'

นอกจากผลโพลแล้ว ทิศทางบนโซเชียลมีเดียก็สอดคล้องไปในทางเดียวกัน โดยเพจเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์ได้สอบถามความเห็นเรื่องการต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก มียอดการมีส่วนร่วม (Engagement) กว่า 57,838 ครั้ง และมีผู้แสดงความเห็นถึง 5,659 รายการ (ข้อมูล ณ 12 ก.ย. 2569)

จากการวิเคราะห์คอมเมนต์ทั้งหมด พบอินไซต์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมความประหยัดข้างต้นดังนี้

  • กลุ่มสนับสนุน (55.2%): เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะขยายเวลาโครงการออกไปอีก 1-3 เดือน เพราะช่วยลดค่าครองชีพได้จริง
  • กลุ่มสอบถามสิทธิ (31.5%): กังวลและต้องการทราบรายละเอียดเงื่อนไข เช่น การต่ออายุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • กลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ (11.3%): แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาระภาษีและหนี้สาธารณะในระยะยาว
  • กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า (1.6%): เสนอให้รัฐปรับสัดส่วนเป็น 50/50 เพื่อให้ค้าขายคล่องตัวมากขึ้น
  • กลุ่มพบปัญหาเทคนิค (0.4%): สะท้อนปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชันและการยืนยันตัวตน เพื่อให้รัฐนำไปปรับปรุง

มรสุมน้ำท่วมซ้ำเติม กังวลค่าใช้จ่ายฟื้นฟูหลังน้ำลด

นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว ในช่วงปลายเดือนกันยายน หลายพื้นที่ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ผลสำรวจ ไทยรัฐโพล ในหัวข้อ "ฝนตก-น้ำท่วม กระทบชีวิตคุณอย่างไร" ระบุว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 59.01% กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม (แบ่งเป็นน้ำท่วมถนนใกล้บ้าน 31.09% และน้ำท่วมเข้าบ้าน 27.92%) โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางสูงถึง 80.00%

สิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดในช่วงน้ำท่วมคือ "การเดินทางและเส้นทางน้ำท่วม" (32.25%) สะท้อนให้เห็นว่าคนวัยทำงานยังต้องดิ้นรนเดินทางเพื่อหารายได้แม้มีภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้ไทยรัฐนำเสนอมากที่สุด นอกเหนือจากการรายงานจุดน้ำท่วมและเส้นทาง (28.73%) แล้ว ประชาชน 16.49% ยังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ "การเยียวยา ประกัน และค่าใช้จ่ายหลังน้ำลด" เนื่องจากภาระค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สินจะกลายเป็นอีกหนึ่งบิลใบใหญ่ที่เข้ามาเบียดเบียนค่าใช้จ่าย

ภาพรวมในเดือนกันยายน 2569 ชี้ให้เห็นว่าคนไทยกำลังเผชิญบททดสอบที่หนักหน่วง ทั้งวิกฤตค่าครองชีพที่บังคับให้ต้องตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย การรอคอยมาตรการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เพื่อบรรเทาภาระ รวมไปถึงมรสุมน้ำท่วมที่อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูเยียวยาเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี ภาครัฐจะมีมาตรการใดออกมารับแรงกระแทกเหล่านี้ เพื่อประคับประคองให้ประชาชนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนวิถีชีวิตและความสนใจของคนไทยในเดือนที่ผ่านมา ติดตามการเจาะลึกทุกเทรนด์ฮิตและอินไซต์ที่น่าสนใจของคนไทยใน Thairath Insight ได้เป็นประจำทุกต้นเดือนที่ไทยรัฐออนไลน์ เพื่อให้คุณก้าวทันทุกความเคลื่อนไหวและไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญ