แม่ค้าอุทัยธานี เผยน้ำท่วมทำราคาผักพุ่งทุกชนิด หลังชาวสวนได้รับผลกระทบ บางสวนน้ำไม่ท่วมแต่ผักโตไม่ทันความต้องการของตลาด ประกอบกับค่าขนส่งขนผักมาก็ขยับตามเนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจแผงผักในตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้า ทั้งเขียงหมู ไก่ และผักสด ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสถานการณ์น้ำท่วมทั่วจังหวัดส่งผลให้ตลาดนั้นเงียบเหงาอย่างมากเนื่องจากติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม จึงออกมาซื้อผักและอาหารกันน้อยลงมาก เช้ามาตั้งแผงผักเพื่อขาย คนที่เข้ามาในตลาดนั้นแทบนับจำนวนคนได้เลย และมาตอนนี้ผักนั้นขยับราคาขึ้นมาทุกชนิดเรียกได้ว่าราคาต่อหนึ่งกิโลกรัมนั้นสูงมาก

นางคงขำ เกษเส็ง อายุ 54 ปี หนึ่งในแม่ค้าที่ตั้งแผงผักสดขายมากว่า 10 ปี บอกว่าในตอนนี้น้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างมากกับเกษตรกรที่ปลูกผักทั้งในจังหวัดอุทัยธานีเอง และจังหวัดต่างๆ นั้นถูกน้ำท่วมกันเยอะ ผักที่ปลูกเพื่อส่งออกตลาดพืชผลก็เสียหายเพราะน้ำท่วม และสวนที่ไม่ถูกน้ำท่วมผักโตไม่ทันความต้องการของผู้บริโภคส่งมาขายตลาดได้น้อยลง บวกกับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นก็ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รถบรรทุกที่ขนผักสดมาขายก็ต้องขึ้นราคาค่าขนส่งตามกันไป

โดยผักที่ขึ้นราคานั้นแทบทุกชนิด อย่างเช่น ถั่วฝักยาวจากกิโลกรัมละ 45 บาท ก็ขึ้นมาเป็น 70 บาท ต้นหอมจากเดิมกิโลกรัมละ 120 ขึ้นมาเป็น 150 บาท ผักชี จากเดิมกิโลกรัมละ 150 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 180 บาท กะหล่ำปลีจากเดิมกิโลกรัมละ 60 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท เรียกได้ว่าผักทุกอย่างนั้นราคาขึ้นกิโลกรัมละ 20-50 บาท ซึ่งราคาที่มาส่งก็ไม่ได้ตายตัว บางวันก็ถูกลงกว่าเดิม บางวันก็แพงมากจนคนซื้อบ่นกันบ้าง แต่ก็อธิบายให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ผักขึ้นราคา

ทางแม่ค้าจะได้กำไรต่อหนึ่งกิโลกรัมเพียง 10 บาทเท่านั้น หากแม่ค้าบวกเพิ่มผักก็จะขายไม่ออกทำให้เน่าเสีย และที่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ก็มีคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งจีนจากกิโลกรัมละ 40 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 60 บาท และยังมีแนวโน้มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งบรรดาแม่ค้าต่างก็อยากให้สถานการณ์น้ำท่วมเบาบางลงบ้าง ตลาดสดแห่งนี้จะได้มีคนเข้ามาจับจ่ายซื้อของกันเหมือนเช่นเดิม และคึกคักกว่าทุกวันนี้.