อยุธยาน้ำท่วมขยายวงกว้าง หลังเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 ปรับเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาใน อ.บางไทร ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร กระทบแล้วกว่า 7,000 ครัวเรือน เส้นทางเข้า-ออกถูกตัดขาด ยอมรับช่วงนี้ “แผ่นโฟม” เป็นสิ่งจำเป็น


วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ระบายจากเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ 552 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลมาสมทบในพื้นที่บริเวณสามแยกหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ส่งผลให้ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน อ.บางไทร ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร


หลายชุมชนมีน้ำท่วมถนนและเส้นทางเข้า-ออกจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือ หรือแพโฟม หรือแผ่นโฟม ในการเดินทาง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดหาแพโฟม แจกจ่ายให้ประชาชนใช้เป็นทางเลือกในการเดินทางช่วงน้ำท่วม



ที่ชุมชนหมู่ 6 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร พบว่าระดับน้ำท่วมสูงและมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ทำให้การเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปพบแพทย์เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปรักษาอย่างต่อเนื่อง


นายวัลลภ แซ่แต้ อายุ 70 ปี ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องเดินทางไปฟอกไตเป็นประจำ เปิดเผยว่า บ้านถูกน้ำท่วมบริเวณใต้ถุนสูงประมาณ 1 เมตร เวลาจะเดินทางไปโรงพยาบาลต้องให้ญาติช่วยพานั่งบนแผ่นโฟม แล้วเข็นออกจากบ้านไปยังถนน ก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเสนา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 20 กิโลเมตร


นายวัลลภ กล่าวว่า ช่วงน้ำท่วมทุกปีจะลำบากเรื่องการเดินทางไปพบแพทย์อยู่แล้ว ต้องให้ญาติช่วยพาออกจากบ้าน แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรงและเหนื่อยง่าย แต่ยังต้องอดทนและเดินทางไปฟอกไตตามกำหนด เพราะเป็นการรักษาที่ขาดไม่ได้


ขณะที่นางวาสนา กรวิจิตร์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านในชุมชน กล่าวว่า น้ำท่วมพื้นที่มานานกว่า 10 วันแล้ว และระดับน้ำสูงขึ้นมากจนบางจุดเมื่อลงไปยืน น้ำสูงเกือบถึงศีรษะ ถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้านถูกน้ำท่วมจนการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะเวลาต้องพาญาติออกไปพบแพทย์ หรือออกไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น


นางวาสนา กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินซื้อเรือที่มีราคาหลายพันบาท จึงต้องอาศัย “แพโฟม” ซึ่งมีราคาถูกกว่า ประมาณ 500–600 บาท หรือบางครั้งหน่วยงานท้องถิ่นนำมาแจกให้ชาวบ้าน แพโฟมสามารถใช้เดินทางและขนสิ่งของได้ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวบ้านในช่วงน้ำท่วม


ชาวบ้านระบุว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โดยหลายครอบครัวอาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปี แต่ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากเดิมที่น้ำท่วมเพียงบริเวณใต้ถุนบ้าน กลายเป็นน้ำเอ่อท่วมถนนและไหลเข้าบ้านเรือน ทำให้การใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพได้รับผลกระทบอย่างหนัก



โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องเดินทางออกไปโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านยังต้องออกจากพื้นที่เพื่อทำงานและหารายได้ แม้การเดินทางจะเต็มไปด้วยความยากลำบากก็ตาม


“ปกติไม่ท่วมก็ลำบากอยู่แล้ว พอน้ำท่วมก็ยิ่งลำบากกันไปใหญ่ แต่ยังไงก็ต้องออกไปทำมาหากิน เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน” ชาวบ้านกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพื้นที่ อำเภอบางไทร ถูกน้ำท่วมแล้ว 23 ตำบล 136 หมู่บ้าน 7,220 ครัวเรือน