เปิดใจ “มิเชล” เจ้าของร้าน “ข้าวต้มไก่น้าน้อย” ย่านหลักสี่ พลิกชีวิตจากสาวปาร์ตี้สู่แม่ค้าสู้หน้าเตา พร้อมเผยเคล็ดลับดูแลผิวด้วย “จุฬาเฮิร์บ” ไอเทมคู่ใจที่ให้เธอสวยมั่นใจทุกวัน
การเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตอิสระแบบไร้กรอบมาก่อน แต่สำหรับ คุณมิเชล–วัชรเสถียร ลาร์เซนต์ เจ้าของร้าน “ข้าวต้มไก่น้าน้อย” ย่านหลักสี่ เธอสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พลิกโฉมจากสาวปาร์ตี้ที่นอนดึกตื่นสายและไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน มาสู่การเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมร้าน
คุณมิเชลเติบโตมากับครอบครัวที่ทำร้านอาหาร เคยช่วยล้างจานและเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทยของคุณแม่ในประเทศนอร์เวย์ จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านในไทยมาจากความผูกพันกับข้าวต้มสูตรของ “น้าน้อย” ที่ขายในตลาดมาเกือบ 40 ปี แต่เนื่องจากร้านของน้าน้อยมักจะขายหมดตั้งแต่ 7 โมงเช้า ทำให้คนที่ตื่นสายอย่างเธอพลาดโอกาสได้ลิ้มรสอยู่บ่อยครั้ง เธอจึงตัดสินใจนำสูตรดั้งเดิมนี้มาเปิดร้านอย่างจริงจังเพื่อสานต่อความอร่อย
จุดเปลี่ยนชีวิต ตื่นตี 4 ร้องไห้ทุกวันสู่ความสำเร็จ
การผันตัวมาเป็นแม่ค้าเต็มตัวทำให้ชีวิตของคุณมิเชลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอเล่าว่าในช่วงเดือนแรก เธอถึงกับร้องไห้ทุกวันเพราะต้องปรับเวลาชีวิตใหม่ทั้งหมด โดยต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปตลาดซื้อวัตถุดิบ กลับมาหั่นไก่ บีบมะนาว และต้องเข้านอนตอน 2 ทุ่ม แต่ปัจจุบันเธอสามารถปรับตัวได้ เลิกเที่ยวกลางคืน และพบความสุขกับการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว
ความโดดเด่นของ “ข้าวต้มไก่น้าน้อย” คือความเป็นข้าวต้มไก่โบราณที่ต้มจากเมล็ดข้าวสารโดยตรง ไม่ได้ใช้ข้าวสวยผสมน้ำ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการคุมไฟไม่ให้ข้าวแตกหรือเละเกินไป นอกจากนี้ทางร้านยังเสิร์ฟแบบแยกข้าวกับซุปไก่ออกจากกัน ใช้วัตถุดิบคุณภาพอย่างมะนาวแท้ และหั่นเอาเอ็นไก่ออกทั้งหมดตามความพิถีพิถันของ “น้าน้อย” ผู้เป็นเจ้าของสูตร นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูข้าวต้มกุ๊ยและเครื่องเคียงหลากหลาย เช่น ผัดหัวไชโป๊ ยำหัวไชโป๊ ปลาหมึกทอดกรอบ หมูทอดกระเทียม ยำกุนเชียง และยำไข่เค็มอีกด้วย
ด้วยเป้าหมายที่อยากให้ร้านมั่นคง คุณมิเชลวางแผนขยายสาขาไปย่านใจกลางเมือง เช่น ลาดพร้าว เพื่อให้ลูกค้าเดินทางสะดวก และตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการขยายสาขาทั่วประเทศ โดยปัจจุบันร้านเปิดให้บริการที่ย่านหลักสี่ วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06:00-13:00 น. และมีบริการเดลิเวอรีครอบคลุมหลายพื้นที่
สู้ความร้อนหน้าเตาและแสงแดด แต่ไม่ลืมดูแลตัวเอง
ในอดีต คุณมิเชลเคยเป็นคนไม่มีความมั่นใจและชอบปิดบังตัวเอง เนื่องจากมีแผลโรคผิวหนังตั้งแต่เด็ก และมักถูกคนรอบข้างทักเรื่องความอ้วนมาตลอด แต่เมื่อต้องมาทำร้านอาหารและพบปะผู้คน เธอจึงเริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น โดยนำทักษะจากการเรียนด้านการท่องเที่ยวและการทำงานร้านอาหารมาประยุกต์ใช้ เน้นการบริการที่ยิ้มแย้ม เป็นมิตร และมีทัศนคติเชิงบวก
แน่นอนว่าการทำร้านอาหารต้องเผชิญกับอุปสรรคต่อผิวหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณมิเชลต้องเจอกับความร้อนหน้าเตาขณะทำอาหาร และแสงแดดตอนขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาดในตอนเช้า เธอจึงให้ความสำคัญกับการทาครีมบำรุงและครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบา
เพื่อให้ผิวหน้าพร้อมลุยกับทุกกิจกรรม ผลิตภัณฑ์จาก “จุฬาเฮิร์บ” จึงกลายเป็นไอเทมซัพพอร์ตผิวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเธอ ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะเมื่อต้องอยู่หน้าเตา และช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดมลภาวะระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์ จุฬาเฮิร์บจึงช่วยคืนความมั่นใจให้คุณมิเชลพร้อมส่งต่อรอยยิ้มและอาหารจานอร่อยให้กับลูกค้าในทุกๆ วัน
เรื่องราวของคุณมิเชล ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าเป้าหมายในชีวิตจะหนักหนาหรือเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน หากเรามีความมุ่งมั่นและไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลตัวเอง เราก็สามารถสร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองได้เสมอ.