ปภ. แจ้งเตือนน้ำท่วม อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา ผู้อาศัยริมน้ำ/ที่ลุ่มต่ำ/พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำจาก จ.นครนายก และ จ.ปราจีนบุรี รวมกับปริมาณน้ำล้นของเขื่อนคลองสียัด และเขื่อนคลองระบม ไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง ทำให้แม่น้ำบางปะกงตอนบนในเขต อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน อ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำ/พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำ/ที่ลุ่มต่ำ/พื้นที่ด้านนอกคันกั้นน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ จากการสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมภายใน หมู่บ้านพฤกษาพนาลี 36 หมู่ 8 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังตลอดวานนี้และช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สิน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และข้าวของเครื่องใช้ออกจากพื้นที่ไปพักอาศัยกับญาติหรือศูนย์พักพิงภายนอกหมู่บ้าน
โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนที่ยังตกค้างอยู่ภายในหมู่บ้าน ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ทำให้บรรยากาศภายในหมู่บ้านช่วงเช้าของวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา บ้านเรือนหลายหลังปิดเงียบและไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่บางบ้านที่ยังไม่ตัดสินใจขนย้ายออกไปเช้านี้ก็เริ่มขนย้ายออกมา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับการประสานจากเพื่อนบ้านให้เข้าช่วยเหลือ คุณยายวัย 78 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง หลังพบว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นห่วงว่าคุณยายจะไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย และยังไม่ได้กินข้าว เพราะเมื่อวานนี้คุณยายไม่สามารถออกมาเอาอาหารด้านนอกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านพัก พบคุณยายอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง โดยคุณยายเปิดเผยเบื้องต้นว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาได้ตัดกระแสไฟฟ้าภายในบ้านลง เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากน้ำเริ่มสูงขึ้น และก่อนหน้านี้ได้โทรศัพท์พูดคุยกับลูกสาว และลูกเขย เพื่อสอบถามว่าจะขอเดินทางไปพักอาศัยด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าลูกสาวและครอบครัวจะสะดวกให้เข้าพักด้วยหรือไม่
คุณยายเล่าว่า ตั้งแต่เมื่อวานยังลังเลว่าจะออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหน กระทั่งวันนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจว่าต้องออกจากบ้านก่อน โดยตั้งใจจะเดินทางไปหาลูกสาว ที่อยู่บริเวณ เขตคลองตัน กรุงเทพมหานคร แม้ยังไม่แน่ใจว่าลูกสาวและสามีจะสามารถให้พักอาศัยด้วยได้หรือไม่ แต่ขอออกจากบ้านให้ปลอดภัยก่อน
เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยเหลือคุณยายออกจากบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานการเดินทางและหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับคุณยาย ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ปลายทาง
ขณะที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้นำ อาหารกล่องและน้ำดื่ม เข้ามาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยังตกค้างและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ปริมาณสิ่งของช่วยเหลือยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ก่อนเกิดน้ำท่วมมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นกว่า 1,000 ครัวเรือน
ล่าสุดระดับน้ำภายในหมู่บ้านบางจุดอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจบ้านเรือนที่ยังมีประชาชนตกค้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้ความช่วยเหลือและอพยพออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
