กรมอุตุฯ ยันเครื่องมือพยากรณ์พร้อม รายงานแม่นยำ ส่วนการแจ้งเตือนน้ำท่วม เป็นเรื่องของพื้นที่ที่ต้องเอาข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ แต่พร้อมปรับการสื่อสารให้เข้าใจง่าย รวดเร็วขึ้น
วันที่ 27 กันยายน 2569 นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยผ่านข่าวเที่ยงไทยรัฐ หลังประชาชนตั้งคำถามเกี่ยวกับการแจ้งเตือนสภาพอากาศ ซึ่งมีการใช้ภาษาที่ค่อนข้างทางการ จะสามารถปรับได้หรือไม่ ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าข่าวกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยก็จะมีทั้งที่เป็นแบบ official (ราชการ) ซึ่งต้องใช้ร่วมกับหลายหน่วยงาน ผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเราก็มีการย่อยข้อมูลออกมาเป็นรูปแบบอื่นๆ อาทิ อินโฟกราฟิก แต่คนก็จะไปเน้นที่ข่าวจาก official หลัก อีกลักษณะหนึ่ง การจะทำข่าวให้หวือหวา โดยไม่มีข้อเท็จจริงประกอบ ทำได้ยาก เหมือนข่าวโคมลอย
เพราะหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ท้องถิ่น ก็จะอยากได้ข้อมูลแบบหนึ่ง แต่หากเป็นประชาชน เราก็มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางโซเชียล แต่อาจจะไม่ได้แมสถูกใจประชาชน เหมือนบางเพจที่ให้ข้อมูลเพียง 2-3 บรรทัด ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับปรุง จะเพิ่มอะไรให้น่าสนใจ หรือหวือหวาได้ระดับไหน
เมื่อถามว่า แม้จะมีการย่อยข้อมูลเป็นภาพให้เข้าใจง่ายแล้ว แต่บางครั้งก็ยังเข้าใจยากอยู่ นายสุรพงษ์ เผยว่า เรื่องปริมาณฝน เราบอกได้แน่นอน พื้นที่ไหนจะตกเท่าไร แต่เรื่องประเมินพื้นที่น้ำท่วม มันจะมีหน่วยที่เขารับข้อมูลเพื่อไปแจ้งเตือนต่อ แต่ตอนนี้กระสุนมาตกที่เราหมด คิดว่าเราทำได้แบบเบ็ดเสร็จ ทั้งเรื่องพยากรณ์ ประมาณการน้ำท่วม พื้นที่ไหนเสี่ยง ซึ่งหน้าที่เราคือ พยากรณ์ฝน แจ้งเตือนในเบื้องต้น พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ซึ่งหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับเรา ไม่ว่าจะเป็น สนทช. กรมชลฯ ปภ. ต้องออก Cell Broadcast หรือไม่ว่า พื้นที่ไหนเปราะบาง หรือเป็นพื้นที่เสี่ยง เท่ากับว่า หน่วยงานที่ทำงานบูรณาการร่วมกับเรา ต้องมีการปรับการแจ้งเตือนให้รวดเร็วกว่านี้ และเข้าใจง่ายกว่านี้ พื้นที่ไหนเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย ต้องทำอะไรอย่างไร ปัจจุบันยอมรับว่าเราโดนต่อว่า น้ำท่วมขนาดไหน บอกได้หรือไม่ ตรงไหนจะต้องอพยพ คนเข้าใจว่ามีเพียงกรมอุตุฯ เท่านั้น ถ้าจะให้ชัดคือ เราพยากรณ์เรื่องฝนฟ้าอากาศ ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เป็นเรื่องของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ส่วนการแจ้งเตือน การอพยพ จะเป็นทาง ปภ. เพราะเขาจะมีข้อมูลของท้องถิ่น ซึ่งหน้าที่เรานอกจากพยากรณ์แล้ว ก็จะให้ข้อมูลกับหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ต่อข้อถาม ในอนาคตหน่วยงานของราชการ จะจับมือกับเพจต่างๆ เพื่อให้นำข้อมูลไปกระจายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ นายสุรพงษ์ ระบุว่า ของกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นข้อมูลเปิด เรามีอะไร ทำอะไร ถ้าติดตามเพจก็จะเห็นว่าเป็นข้อมูลเรดาร์ ดาวเทียม หรือการแจ้งเตือนภัย เราเปิดหมด แต่ข้อมูลที่เกิดการสังเคราะห์จากหน่วยราชการ ต้องถอดบทเรียนว่าจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะทำร่วมกันได้ โดยนำข้อมูลจากหน่วย มาสกัดเป็นข้อความเดียว เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ
เมื่อถามว่า กทม. รอบนี้หนักมาก หลายคนบอกเกิดมาหลายสิบปีไม่เคยเจอ ในเมื่อกรมอุตุฯ พยากรณ์เบื้องต้น แล้วหน่วยงานไหนจะต้องแจ้งเตือน นายสุรพงษ์ ระบุว่า เราพยากรณ์ว่าฝนตกหนักทั่วทุกพื้นที่ หนักสุดคือวันที่ 25 ก.ย. ข้อมูลตรงกันไม่ว่าจะเป็นทางเพจ หรือกรมอุตุฯ เห็นเป็นพื้นที่สีแดง แต่การแจ้งเตือนเป็นเรื่องของท้องถิ่นที่ต้องประเมินความรุนแรงจากฝน ถ้าฝนมาขนาดนี้ พื้นที่ไหนจะเกิดอะไรขึ้น แต่เนื่องจากว่าน้ำท่วมรอบนี้ เกี่ยวกับพื้นที่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่กว้าง ฉะนั้นเมื่อขยายวงกว้าง การประเมินสถานการณ์ก็ทำได้ยาก แต่ถ้าเราได้ข้อมูลอื่นๆ มาเราก็จะช่วยแจ้งเตือนในช่องทางของเรา เพราะเรามีการแจ้งเตือน เฝ้าระวัง ตลอด 24 ชม. อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การตรวจจับ เรดาร์ แผนที่อากาศ ยังใช้งานได้อย่างแม่นยำ 100% หรือไม่ นายสุรพงษ์ เผยว่า เครื่องมือของเรามีครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะเรดาร์ตรวจอากาศ ถ้าบริเวณใกล้เคียงเสีย ก็ยังมีของบริเวณอื่นทดแทน รวมทั้งมีเทคโนโลยีดาวเทียม บุคลากร เรามีติดตาม 24 ชม. ซึ่งตอนนี้เรามีการปรับการสื่อสาร ให้ภาพที่ออกมาจากเครื่องมือเหล่านี้สามารถเข้าสู่ประชาชนได้อย่างเข้าใจง่าย ประเมินเบื้องต้นได้ เพราะข้อมูลจากเครื่องมือเหล่านี้ เรามีการทำเป็นข้อมูลดิจิทัล ส่งให้หน่วยงานต่างๆ ไปประเมิน วิเคราะห์ต่อ ก็อยากให้เชื่อมั่นในเครื่องมือที่มี ณ ปัจจุบัน ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มา จะเห็นว่าเรดาร์ตรวจอากาศยังไม่หยุดทำงานเลย
