กรมอุตุฯ เผยสถานการณ์ฝน ในไทยเริ่มลดลง ยันไม่ใช่ “Rain Bomb” และ ค่าความเร็วลมยังไม่สูงมากพอที่จะยกกระดับเป็นพายุดีเปรสชันได้ เฝ้าระวังภาคตะวันตกฝนหนักต่อ

วันที่ 26 ก.ย. 2569 นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์สภาพอากาศล่าสุด โดยระบุว่า ศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเริ่มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามันบริเวณชายแดนแล้ว ส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์ฝนในประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นและปริมาณฝนลดลงตามลำดับ

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงถึงกรณีที่มีข้อสงสัยว่าปรากฏการณ์ฝนตกต่อเนื่องเป็น “Rain Bomb” หรือไม่ว่า ไม่ใช่อย่างแน่นอน โดย Rain Bomb ในทางปฏิบัตินั้นจะหมายถึงฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและรุนแรงมาก ปริมาณทะลุ 200–300 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง (เช่น เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอำเภอเมืองน่าน หรืออำเภอหาดใหญ่) แต่เหตุการณ์ปัจจุบันเกิดจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่มีกำลังแรง ซึ่งมีฝนตกหนักทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของตัวหย่อม

ส่วนกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประเมินสถานการณ์ว่าเป็นพายุดีเปรสชันนั้น เป็นเพียงการประมาณการความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง แต่จากการตรวจวัดจริงผ่านเครื่องมือบนพื้นดินของประเทศไทยที่กระจายอยู่รอบศูนย์กลาง พบว่าค่าความเร็วลมยังไม่สูงมากพอที่จะยกกระดับเป็นพายุดีเปรสชันได้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงยังคงจัดลำดับเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามหลักวิชาการ

คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศและพื้นที่เสี่ยง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงค่ำถึงดึกลดความรุนแรงลง พรุ่งนี้เช้าอาจมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น โดยกลุ่มฝนส่วนใหญ่ใน กทม. เป็นฝนระดับอ่อนถึงปานกลาง แต่เนื่องจากเป็นกลุ่มเมฆขนาดใหญ่ จึงทำให้ฝนตกเป็นระยะเวลานานและเกิดน้ำสะสมบนพื้นดิน

พื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก: ในวันพรุ่งนี้ พื้นที่ภาคตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมมรสุม (เช่น กาญจนบุรี, ตาก, เพชรบุรี, ราชบุรี, อุทัยธานี ไล่ยาวไปจนถึง แม่ฮ่องสอน) รวมถึงจังหวัดแถบภาคตะวันออก (จันทบุรี, ตราด, ระยอง) และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง จึงยังคงต้องเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด