รัฐบาลแจงนำเข้าแผงโซลาร์จากจีน 99.3% เป็นเพียงสัดส่วนแหล่งนำเข้า ไม่ใช่ภาพรวมการใช้ในประเทศทั้งหมด ยืนยันไทยมีฐานการผลิตครบวงจร 


เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการนำเสนอข้อมูลการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ของไทยในช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2569 ที่ระบุว่านำเข้าจากประเทศจีนสูงถึง 99.3% ของมูลค่าการนำเข้า โดยชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “สัดส่วนแหล่งที่มาของสินค้านำเข้า” เท่านั้น ไม่ได้สะท้อนถึงปริมาณแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ถูกใช้งานจริงในประเทศไทย และไม่ได้หมายความว่างบประมาณของโครงการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนจะไหลออกนอกประเทศทั้งหมดแต่อย่างใด

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีฐานการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่มีศักยภาพสูง โดยมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวม 32 โครงการ จาก 22 บริษัท ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่แผ่นเวเฟอร์ เซลล์แสงอาทิตย์ แผงโซลาร์ ไปจนถึงอินเวอร์เตอร์ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 49,000 เมกะวัตต์พีคต่อปี ที่สำคัญคือกระบวนการผลิตเหล่านี้มีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศมูลค่าสูงถึง 26,680 ล้านบาทต่อปี การนำเฉพาะตัวเลขการนำเข้ามาสรุปภาพรวมอุตสาหกรรมจึงอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประเมินประโยชน์จากการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนจึงต้องมองให้ครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ฐานการผลิต อุปกรณ์ แรงงานติดตั้ง และการบำรุงรักษา ทั้งนี้ รัฐบาลโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลมาตรฐานอุปกรณ์ระบบโซลาร์รูฟท็อปทุกชิ้น เช่น แผงโซลาร์ เครื่องตัดวงจร อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ โดยอุปกรณ์นำเข้าจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (IEC) เพื่อนำมาเทียบออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของไทย รวมถึงกำกับมาตรฐานช่างผู้ติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความคุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุดในการใช้พลังงานสะอาด