กรุงเทพฯ — กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ ยกระดับศักยภาพครู บุคลากรทางการศึกษา และนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มุ่งเปลี่ยนบทบาทครูจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” สู่การเป็น “โค้ช” และผู้อำนวยความสะดวก เพื่อตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละบุคคลอย่างยั่งยืน 

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 โดยมีภารกิจหลักในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ผ่านการช่วยเหลือ สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส รวมถึงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ การสร้างความเข้มแข็งให้กลไกในพื้นที่และภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด ชุมชน และสถานศึกษา และผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยนำบทเรียนจากการดำเนินงานไปพัฒนาเป็นนโยบาย กลไก และระบบการศึกษาในวงกว้าง

สำหรับโครงการพัฒนาแกนนำครูและนักจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาระบบนิเวศทางการเรียนรู้ เป็นหนึ่งในภารกิจพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่ง กสศ. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อค้นหาแนวทางการพัฒนาครูที่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในห้องเรียนที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยเน้นการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นผู้ร่วมเรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดกระบวนการพัฒนาผู้เรียนไปสู่โรงเรียนหรือเพื่อนครูในพื้นที่ได้ ซึ่งผลจากการดำเนินงานพบว่าการพัฒนาครูจะเกิดผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อครูสามารถเชื่อมโยงการอบรมเข้ากับการปฏิบัติงานจริงในห้องเรียน และมีระบบหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตาม การสังเกตห้องเรียน และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จากครูสู่ครู  โดยล่าสุดได้มีการพัฒนา 3 หลักสูตรระยะสั้นที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา ได้แก่ 

  • หลักสูตรโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก เน้นให้ผู้เรียนสืบค้นและสร้างชิ้นงานจากปัญหาหรือบริบทจริงในชุมชน เน้นการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริงผ่านการทำโครงงาน
  • หลักสูตรการพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจ สร้างความเข้าใจให้ผู้เรียน กระตุ้นทักษะการคิด และทบทวนองค์ความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อในอนาคต
  • หลักสูตรการจัดการเรียนรู้อิงสมรรถนะผู้เรียน มุ่งออกแบบภาระงานเพื่อประเมินและพัฒนาสมรรถนะจริงมากกว่าผลคะแนน โดยครอบคลุมถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการและพฤติกรรมการเรียนรู้ควบคู่กันไป  เพื่อสร้างคุณลักษณะที่จำเป็นของนักเรียนในศตวรรษที่ 21

ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรนี้ กสศ.ได้จัดให้มีการเผยแพร่ในรูปแบบคอร์สเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ IAMKRU (https://onlinelearning.iamkru.com) โดยมีผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้มากกว่า 100,000 ครั้ง และมีผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรมากกว่า 8,000 คน โดยเฉพาะหลักสูตรบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ที่มีผู้สนใจเข้าชมสูงสุดถึง 76,880 ครั้ง

ดร.พรนับพัน วงศ์ตระกูล ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวเสริมว่า ในปีการศึกษา 2568 – 2569 โครงการฯ ได้วางเป้าหมายขยายผลเชิงพื้นที่ผ่าน 6 เขตพื้นที่การศึกษานำร่อง ได้แก่ โรงเรียนบ้านยางห้าหลุม สพป. พิจิตร เขต 1  โรงเรียนบุรพรัตน์วิทยาคาร สพป. พิจิตร เขต 2  โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา สพม.ขอนแก่น โรงเรียนวัดบ้านใน สพป.

สุราษฎร์ธานี เขต 1 โรงเรียนบ้านห้วยต่อ สพป. ตรัง เขต 2 และโรงเรียนไตรธารวิทยา สพป. น่าน 1 โดยครอบคลุมครูแกนนำ 160 คน จาก 115 โรงเรียน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จของเขตพื้นที่ตัวอย่างคือมีการพัฒนาห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล และที่สำคัญคือทุกครูและศึกษานิเทศก์พี่เลี้ยงแต่ละเขตพื้นที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างจริงจัง ส่งผลให้ศึกษานิเทศก์มีการปรับบทบาทหน้าที่จากการ “นิเทศติดตาม” เป็น “กลไกหนุนเสริม” เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่อย่างยั่งยืน



อนึ่ง การประชุมสรุปบทเรียนและนำเสนอผลการดำเนินงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเดอะ พาลาซโซ่ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ครูในฐานะนักจัดการเรียนรู้กับการร่วมสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นหลากหลาย” พร้อมด้วย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร และประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิต พัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า อนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิต พัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. และดร.ปาริชาติ เภสัชชา หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. ร่วมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการหนุนเสริมของศึกษานิเทศก์เพื่อสร้างห้องเรียนที่มีคุณภาพ จากนั้นร่วมกันถอดบทเรียน ทั้งด้านขององค์ความรู้และประสบการณ์ในการนำไปประยุกต์ใช้จริง สำหรับจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพห้องเรียนของภาคีเครือข่ายในขั้นต่อไป