พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านผักไห่ เผยเชื่อคำประกาศ สส. ปีนี้น้ำไม่ท่วม ทำชะล่าใจ ระดับน้ำมาไว พุ่งวันละ 1 เมตร ขณะที่ ปภ.เผย อยุธยา ท่วมแล้ว 6 อำเภอ บางบาล เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางไทร และบางปะอิน รวม 52 ตำบล 285 หมู่บ้าน 7 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 5,835 ครัวเรือน


วันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยายังคงเพิ่มการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำสาขาหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำและชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำเริ่มได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง


จากการลงพื้นที่หมู่ 1 ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ พบว่าเป็นชุมชนริมแม่น้ำน้อยที่ถูกน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ขณะที่การสัญจรภายในชุมชนต้องใช้เรือพาย เนื่องจากน้ำท่วมบริเวณใต้ถุนบ้านและเส้นทางโดยรอบ


ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า น้ำปีนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนหลายครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน โดยปกติเมื่อได้รับแจ้งเตือนเรื่องการเพิ่มการระบายน้ำ ชาวบ้านจะทยอยเก็บข้าวของและเตรียมรับมือ เนื่องจากระดับน้ำมักเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 10-20 เซนติเมตร แต่ครั้งนี้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตื่นเช้ามาพบน้ำเข้าท่วมใต้ถุนบ้านแล้ว และข้าวของบางส่วนได้รับความเสียหาย


นายหัสนัย อายุ 51 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลท่าดินแดง กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ชาวบ้านรู้ดีว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลากจะต้องเตรียมรับมือ แต่ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก


นายหัสนัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเห็นการประกาศของ สส. ที่ระบุว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วม ประกอบกับสถานการณ์น้ำในช่วงที่ผ่านมาเริ่มช้ากว่าปกติ ทำให้ตนและชาวบ้านบางส่วนมีความมั่นใจว่าน้ำอาจไม่ท่วม หรือหากท่วมก็คงไม่รุนแรงมากนัก จึงไม่ได้เร่งเตรียมตัวมากเหมือนทุกปี


อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ระดับน้ำกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปกติที่เคยเพิ่มวันละประมาณ 10-20 เซนติเมตร กลายเป็นเพิ่มขึ้นในระดับเกือบ 1 เมตรต่อวัน ทำให้ชาวบ้านตั้งรับและขนย้ายสิ่งของได้ไม่ทัน


นายหัสนัย กล่าวอีกว่า ครอบครัวของตนมีบ้านญาติอยู่ใกล้กัน 3 หลัง เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะช่วยกันเก็บข้าวของขึ้นที่สูง แต่ปีนี้น้ำมาเร็ว จึงต้องเร่งขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ พร้อมระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยาหรือเงินชดเชย เพราะไม่คุ้มกับความเสียหายและรายได้ที่ต้องสูญเสียไป


“ชาวบ้านไม่มีใครอยากได้เงินเยียวยาหรอก ถ้าไม่ต้องน้ำท่วมได้จะดีกว่า เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วมต้องเสียเงินป้องกันบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ล้างบ้าน และบางช่วงไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ ทำงานค้าขายเก็บเงินมาได้หลายเดือน พอน้ำท่วมเงินก็หมดไปกับการซ่อมบ้านและแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากยังลืมตาอ้าปากได้ยาก” นายหัสนัยกล่าว



ด้านนางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ บางบาล เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางไทร และบางปะอิน รวม 52 ตำบล 285 หมู่บ้าน 7 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 5,835 ครัวเรือน


สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้พื้นที่ได้รับผลกระทบขยายวงกว้างมากขึ้น


ขณะนี้จังหวัดได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่สำหรับช่วยเหลือประชาชน พร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าร่วมสนับสนุน ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน เครื่องปั่นไฟ เต็นท์ และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง.