กองทัพเรือ ส่งทีมมนุษย์กบ งมใต้ทะเลค้นหา 5 ลูกเรือประมงสูญหาย เหตุเรือประมง “ส.กาญจนาวารี 888” อับปางกลางทะเลอ่าวไทย ไม่พบร่างแม้แต่รายเดียว ขณะที่เจ้าของเรือเตรียมดำเนินการกู้เรือกลับเข้าฝั่ง ส่วนภารกิจการค้นหา กองทัพเรือ ยังคงออกลาดตระเวน ทั้งทางภาคพื้น และทางอากาศ อย่างต่อเนื่อง


จากกรณี เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 21 ก.ย.69 เกิดเหตุพายุ “ลมหัวฝน” โหมกระหน่ำถาโถมซัดเรือประมงอวนดำ ชื่อ ส.กาญจนาวารี 888 จมอับปางลงกลางทะเล พิกัด 11?56.93? N และ 100?50.90? E ระหว่างอ่าวแสมสาร – อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ระยะห่างจากชายฝั่ง ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ออกไปราว 40 ไมล์ทะเล ส่งผลให้ลูกเรือทั้งหมด 22 ชีวิต ตกลงไปในทะเล ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 22 ก.ย.ตลอดทั้งวัน ทางกองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 และเรือประมง ได้ร่วมกันช่วยเหลือลูกเรือรอดชีวิต 15 คน แบ่งเป็นช่างเครื่องชาวไทย 1 ราย และลูกเรือชาวเมียนมา 14 ราย ขึ้นจากทะเลได้อย่างปลอดภัย มีผู้เสียชีวิตเป็นไต๋เรือชาวไทย 1 ราย และยังสูญหายเป็นลูกเรือชาวเมียนมา 6 ราย ก่อนมีรายงานว่า ช่วงก่อนตะวันตกดิน หลังยกเลิกภารกิจค้นหา เรือประมงสามารถช่วยเหลือลูกเรือชาวเมียนมา ขณะกำลังลอยคออยู่ในทะเลขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยอีก 1 ราย สรุปยอดล่าสุด รอดชีวิต 16 ราย เสียชีวิต 1 ราย สูญหาย 5 ราย



ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 09.30 น.วันที่ 23 ก.ย.69 กองทัพเรือ โดย พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 สั่งการให้ เรือเอก อภินัทธ์ สังวรนิตย์ ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ ต.112 นำทีมนักประดาน้ำ ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 1 (มนุษย์กบ) ร่วมกับ ทีมนักประดาน้ำหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ สว่างบริบูรณ์พัทยา และนายชัยณัฐ วันเชียง ครูสอนดำน้ำ AC DIVING รวมกว่า 10 นาย พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ โดยมี นาวาเอก คงศักดิ์ อยู่คง หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดชลบุรี (ศรชล.ภาค 1) ควบคุมการปฏิบัติ ออกเดินทางจากท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินภารกิจค้นหา 5 ร่างผู้สูญหายในทะเล บริเวณจุดเรือจม ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง



โดยภารกิจครั้งนี้ ทีมค้นหาต้องใช้เรือยาง เดินทางออกจากเรือ ต.112 ที่จอดลอยลำห่างจุดเรือจมออกไปราว 200 เมตร เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากในทะเลมีคลื่นลมแรง เรืออาจจะกระแทกกันได้ จากนั้น นักประดาน้ำมนุษย์กบ 2 นาย และครูสอนดำน้ำ ได้ดำลงไปสำรวจอย่างละเอียดภายในตัวเรือ อาทิ เก๋งเรือ ชั้นนอน ห้องเครื่อง และรัศมีรอบตัวเรือ ที่ระดับความลึก 16 เมตร โดยใช้เวลา 30 นาที ก่อนทีมนักประดาน้ำจะขึ้นสู่ผิวน้ำ พร้อมรายงานผลการปฏิบัติในการค้นหา ไม่พบร่างลูกเรือแม้แต่เพียงรายเดียว



อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบแน่ชัดแล้ว ในขณะนี้ภายในตัวเรือไม่มีร่างผู้สูญหายติดอยู่ หลังจากนี้ ทางเจ้าของเรือจะดำเนินการกู้เรือกลับเข้าฝั่ง ส่วนภารกิจการค้นหา กองทัพเรือ จะยังคงนำเรือตรวจการณ์ และเฮลิคอปเตอร์ ทำการออกลาดตระเวนค้นหาผู้สูญหายในทะเล ทั้งทางภาคพื้น และทางอากาศ อย่างต่อเนื่อง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการค้นหาไม่พบร่างผู้สูญหายในตัวเรือ เหล่าบรรดาญาติ และครอบครัวของผู้สูญหายชาวเมียนมา ต่างขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ ดลบันดาลให้ลูกเรือทั้งหมดยังมีชีวิตรอดปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลือกลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัว ที่กำลังเฝ้ารอการกลับมา


สำหรับ รายชื่อบุคคลบนเรือ 22 ราย แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย คือ นายวิชาญ มะเอียง อายุ 46 ปี ไต๋เรือชาวไทย (เสียชีวิต) และนายจักรกฤษณ์ สุขพงษ์ อายุ 32 ปี ช่างเครื่องชาวไทย (รอดชีวิต) และลูกเรือชาวเมียนมา 20 ราย แบ่งเป็นสูญหาย 5 ราย คือ นายโซ่ เละ (SOE LAT) อายุ 20 ปี นายไนง อู (NAING OO) อายุ 45 ปี นายท้อ ลวย (HTUN LWA) อายุ 22 ปี นายดิน มาว เอ้ (KHIN MAUNG AYE) อายุ 47 ปี นายซาน ทีเกว (SAN HTIKE) อายุ 47 ปี



ส่วนผู้รอดชีวิต 15 ราย คือ นายทวย โก คาย (HTWE KO KHING) อายุ 31 ปี นายมิว มิว (MYO MYO) อายุ 30 ปี นายเดน เล (TIN LAY) อายุ 38 ปี นายขอ แทะ (ZAW HTET) อายุ 42 ปี นายชิน มิน ทุน (ZIN MIN TUN) อายุ 37 ปี นายคิน ม่าว ท่อ อายุ 45 ปี นายเอ้ เมี๊ยะ โช (AYE MINT ZAN) อายุ 45 ปี นาย นาย โช่ อายุ 20 ปี นายโบ เลน ทุน (BO LIN TUN) อายุ 39 ปี นายเมียะ โก (MYINT KO) อายุ 52 ปี นายไซ มิน (SAI MN) อายุ 32 ปี นายจอเมี๊ยะ ลวย (AN MYAT LWN) อายุ 48 ปี นายเกาคะนาย (KAUNG KHANT NAIN) อายุ 21 ปี นายไล่ว โล่ว อายุ 19 ปี และ นาย นาย ยี ลิน อายุ 22 ปี .