“เจ้าพระยา” จ่อทะลัก กรมศิลป์ระดมกำลังเร่งยกบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมโบราณสถาน “วัดไชยวัฒนาราม” ขณะที่อยุธยาอ่วมแล้ว 6 อำเภอ น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีแนวโน้มว่าเขื่อนเจ้าพระยาอาจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำพุ่งสูงถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้นจนเกือบเสมอแนวตลิ่ง และเริ่มสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของโบราณสถานสำคัญริมแม่น้ำ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ระดมกำลังคนงานเร่งติดตั้งแนวบังเกอร์หรือเขื่อนน็อกดาวน์ พร้อมคลุมผ้าใบป้องกันน้ำอย่างแน่นหนาตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านหน้า วัดไชยวัฒนาราม โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเอ่อทะลักเข้าท่วมพื้นที่โบราณสถาน
จากการประเมินเบื้องต้น หากเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อสูงกว่าตลิ่งบริเวณวัดไชยวัฒนารามประมาณ 40 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งยกระดับแนวป้องกันน้ำให้สูงและแข็งแรงเพียงพอ เพื่อปกป้องโบราณสถานสำคัญระดับโลกแห่งนี้ไว้ให้ได้
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำของ อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.เสนา, อ.บางปะอิน, อ.บางไทร และบางส่วนของ อ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว โดยแม้ระดับน้ำในขณะนี้ยังไม่สูงมากนัก แต่ได้เอ่อล้นเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง ทำให้หลายครอบครัวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงกันอย่างวุ่นวาย
ทั้งนี้ ทางการได้แจ้งเตือนขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง