น้ำเหนือทะลัก “เขื่อนเจ้าพระยา” ประกาศเตือนเพิ่มระบายรายวันจ่อทะลุ 2,000 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังใกล้ชิด


วันที่ 23 ก.ย. 2569 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกประกาศด่วนที่สุด แจ้งเตือนสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศแจ้งเตือนฉบับที่ 3 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 ก.ย. 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลและพื้นที่ลุ่มต่ำ

จากการคาดการณ์อีก 1-9 วันข้างหน้า ในวันที่ 23 ก.ย.69 ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับปริมาณน้ำของลำน้ำสาขาอีก 300-400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 2,100-2,200 ลบ.ม./วินาที และมีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ของลำน้ำเจ้าพระยารวมกันในอัตรา 400-450 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นจะต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 1,500-2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลทำให้มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.70-1.70 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

และหากระบายเกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที จะมีพื้นที่ วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.เมือง อ.พรหมบุรี วัดไชโย จ.อ่างทอง ได้รับผลกระทบเพิ่มเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำดังกล่าว กรมชลประประทาน จึงขอแจ้งเตือน พื้นที่ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด.