สิ้น “จ่าทวี บูรณเขตต์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้บุกเบิกงานปั้น-หล่อพระพุทธรูป สร้างชื่อ “พระพุทธชินราชจำลอง” เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริอายุ 94 ปี
วันที่ 21 ก.ย. 2569 มีรายงานว่า เมืองสองแคว จ.พิษณุโลก สูญเสียปูชนียบุคคลแห่งวงการพุทธศิลป์ไทย “จ่าทวี บูรณเขตต์” หรือ ร้อยตรีทวี บูรณเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ ช่างปั้น หล่อ) และศิลปาจารย์คนแรกของประเทศไทย ผู้บุกเบิกงานปั้น-หล่อพระพุทธรูป โดยเฉพาะพระพุทธชินราชจำลอง เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 12.19 น. วันที่ 21 ก.ย. 2569 สิริอายุ 94 ปี
ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดตาปะขาวหาย ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก และมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันที่ 22 ก.ย. 2569
ประวัติ “จ่าทวี บูรณเขตต์” ศิลปาจารย์เมืองสองแคว
จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ เกิดวันที่ 9 ต.ค. 2475 ที่บ้านคลองเตาไห ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก ฐานะครอบครัวยากจน มีพี่น้องหลายคน จบการศึกษาเพียงชั้น ม.3 ก่อนช่วยครอบครัวทำมาหากิน แต่ด้วยเป็นผู้ใฝ่รู้จึงศึกษาหาความรู้มาตลอดชีวิต ปี 2498 สมัครเข้ารับราชการทหาร ได้ยศสิบตรี ตำแหน่งช่างเขียนฝ่ายยุทธโยธา ภาคทหารบกที่ 3 จ.พิษณุโลก ก่อนมีโอกาสไปฝึกงานด้านการหล่อโลหะที่กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร และได้ศึกษาวิชาศิลปกรรมจาก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี รวมถึงครูช่างผู้เชี่ยวชาญ จนเกิดความชำนาญด้านการปั้นและหล่อโลหะ
หลังรับราชการทหารจนถึงปี 2521 จ่าทวีลาออกมาประกอบอาชีพปั้น-หล่อพระพุทธรูป เปิดโรงหล่อบูรณะไทย และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ช่างและประชาชนที่สนใจ โดยเฉพาะการสร้าง พระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งใช้ต้นแบบจากองค์พระพุทธชินราช พระประธานภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก จนมีพุทธลักษณะงดงาม ได้สัดส่วน และเป็นเอกลักษณ์ จนสร้างชื่อเสียงให้กับวงการช่างหล่อพระของเมืองพิษณุโลก
จุดเด่นสำคัญของ “จ่าทวี” ไม่เพียงอยู่ที่ฝีมือ หากแต่คือการ ถ่ายทอดวิชาให้คนรุ่นหลัง ตั้งแต่ปี 2521 เป็นต้นมา ลูกศิษย์จำนวนมากได้รับการถ่ายทอดวิชาปั้น-หล่อพระ ก่อนนำความรู้ไปประกอบอาชีพ เปิดโรงหล่อและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว กลายเป็นเครือข่ายช่างพุทธศิลป์ที่สืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน
ด้วยผลงานและคุณูปการด้านศิลปวัฒนธรรม จ่าทวีได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติหลายครั้ง ทั้งบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาช่างฝีมือ แขนงช่างหล่อ, ปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศิลปศึกษา, “ครูศิลป์ของแผ่นดิน” ปี 2560, รางวัลเพชรสยาม ปี 2564 และรางวัล “ข้าของแผ่นดิน” ด้านการส่งเสริมศาสนาและวัฒนธรรม ปี 2564 ก่อนกระทรวงวัฒนธรรมยกย่องเป็น “ศิลปาจารย์คนแรกของประเทศไทย” ในปี 2565
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2567 แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กระทำพิธีประดับเครื่องหมายยศ ร้อยตรี ให้แก่จ่าสิบเอกทวี ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ด้านศิลปวัฒนธรรม ก่อนที่วันที่ 26 ต.ค. 2567 จะมีพิธียกย่องเชิดชูเกียรติและแสดงมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ ช่างปั้น หล่อ)
ตลอดชีวิตการทำงาน จ่าทวียึดหลักว่า “คนสร้างพระต้องมีจิตใจที่ดี” ต้องตั้งมั่นในพระพุทธศาสนา มีคุณธรรม หลีกเลี่ยงอบายมุข และมีความตั้งใจที่จะสืบสานพระพุทธศาสนา พร้อมฝากให้เยาวชนช่วยกันอนุรักษ์งานศิลปะของชาติ โดยเชื่อว่าการปลูกฝังตั้งแต่เด็กจะทำให้งานศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่สูญหาย
การจากไปของ “จ่าทวี บูรณเขตต์” จึงนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการพุทธศิลป์ไทย ทิ้งไว้เพียงผลงานฝีมืออันทรงคุณค่าและลูกศิษย์หลายรุ่นที่ยังคงสืบทอดวิชาปั้น-หล่อพระ เป็นเสมือนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ “ศิลปาจารย์เมืองสองแคว” ฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง.