• โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่ในกลุ่มเสี่ยงอาจลุกลามลงปอดถึงขั้นเข้า ICU
  • แพทย์ชี้ RSV ยังไม่มียารักษาเฉพาะ “การป้องกันก่อนติดเชื้อ” จึงสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็ก แต่แพทย์เตือนว่า โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ไม่ใช่โรคที่ผู้สูงอายุควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากและผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากการติดเชื้ออาจเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ก่อนลุกลามลงสู่ปอดจนเกิดปอดอักเสบรุนแรงในผู้ป่วยบางราย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือ ICU และอาจเสียชีวิตได้

รศ. นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความเข้าใจผิดว่า โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV เป็นโรคที่พบเฉพาะในเด็ก เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุและครอบครัวอาจมองข้ามความเสี่ยงของโรคนี้ ทั้งที่ปัจจุบันพบว่าผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ และโรคไตเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบจากไวรัส RSV ที่รุนแรงได้ ซึ่งในการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี เสียชีวิตมากกว่าในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 2-5 ปี ถึง 10 เท่า

“ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบจาก RSV รุนแรง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยพบว่าการติดเชื้อ RSV สามารถกระตุ้นโรคปอดเดิม เช่น โรคหืดหรือถุงลมโป่งพอง ให้กำเริบรุนแรงขึ้น ขณะที่บางรายเกิดปอดอักเสบจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจและเข้ารับการรักษาใน ICU รวมถึงอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือกระตุ้นโรคหัวใจให้กำเริบได้ นอกจากความเสี่ยงในช่วงเจ็บป่วยรุนแรงแล้ว ผู้สูงอายุบางรายอาจสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายหลังผ่านพ้นภาวะวิกฤต จากเดิมที่สามารถเดินและช่วยเหลือตัวเองได้ อาจต้องใช้รถเข็น ติดเตียง หรือพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว” รศ. นพ.กมล กล่าว

สำหรับอาการในระยะแรก โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาจมีอาการไม่แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป เช่น น้ำมูก ไอ ไข้ต่ำ หรืออาการทางเดินหายใจอื่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยหรือครอบครัวอาจไม่ได้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตาม หากเชื้อลุกลามลงสู่ปอด ผู้ป่วยอาจมีอาการหอบเหนื่อย ปอดอักเสบ หรือทำให้โรคประจำตัวเดิมกำเริบ เช่น มีเสียงหายใจหวีดในผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจในผู้ที่มีโรคหัวใจ

ไวรัส RSV สามารถติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจและแพร่เชื้อได้ง่ายคล้ายไข้หวัด การป้องกันในครอบครัวจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากเด็กและคนหนุ่มสาวที่ติดเชื้ออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ยังสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้อาจทำให้ผู้สูงอายุมีอาการหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรือ ICU ได้

รศ. นพ.กมล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปีนี้ก็ใกล้หน้าฝนเข้ามาแล้วก็น่าที่จะต้องป้องกันปอดอักเสบจาก RSV ก่อนที่จะมีอาการ อย่ารอจนมีอาการหรือระบาดไปแล้ว เพราะว่าถ้ามีอาการแล้ว อาจทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง แล้วก็เสียชีวิตได้ แล้วเรายังไม่มียาเฉพาะที่ให้เพื่อลดความรุนแรงของโรค”

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV มี 2 ชนิด ชนิดที่มีสารเสริมภูมิซึ่งจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงอายุได้ดี กับชนิดที่ไม่มีสารเสริมภูมิ ซึ่งทั้งสองชนิดสามารถป้องกันได้ทั้งสองสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์เอและสายพันธุ์บี

รศ. นพ.กมล เน้นย้ำว่า “ปัจจุบัน โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะ โดยการรักษาหลักเป็นการรักษาตามอาการ ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีโรคประจำตัวหรือไม่ รวมถึงผู้ที่มีอายุ 50–74 ปีและมีโรคประจำตัวหรือโรคร่วม เช่น โรคปอด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ และโรคไตเรื้อรัง กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการป้องกัน รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจาก RSV”

สำหรับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ควรหมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเมินแนวทางการป้องกันที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

1. CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html 

2. CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html 

3. Coultas JA; Thorax. 2019;74(10):986-993

4. CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html 

5. Colosia AD;PLOS ONE;2017;12(8); e0182321

6. Nam HH;British Medical Journal;2019;366:l5021

7. Kaler J;Cureus;2023;15 (3); e36342

8. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html 

9. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099! 

10. Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11

11. Sun CY;Respiratory Research;2026;27;1-10

12. Penders Y;Current Allergy and Asthma Reports;2025;25;1-16

13. Brown M; Infection; 2025; 54(1): 143-154

14. Spiliopoulou ST; Journal of the Association of Chartered Physiotherapists in Respiratory Care;2022; 5–14.

15. Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611

16. Wee LE;European Journal of Preventive Cardiology;2025;1-15

17. Joseph N;Viruses;2025;17;1-15

18. Kurai D;Infect Dis Ther;2023;12;807-828

19. Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160

20. WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved August 19, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29 

21. Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748

22. Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931

23. CDC; 2025; About RSV. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/about/index.html 

24. CDC; 2026; Vaccines for Adults. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/vaccines/adults.html 

25. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608

26. Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477

27. Sacconnay L;Sci Transl Med 2023;15(710):eadg6050

28. Leroux-Roels I;J Infect Dis 2023;227:761–772

29. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html

30. CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html 

31. CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html 

32. CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved August 19, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html 

33. Martin SA; Exerc Sport Sci Rev. 2009;37(4):157-64

34. Munteanu C;Frontiers in Nutrition;2022;9;1-23