หนุ่มส่งอาหารดวงเฮง ซื้อสร้อยคอพร้อมจี้ ในราคา 130 บาทจากตลาดนัดมือสอง หลอมขายได้เงินกว่า 4 หมื่นบาท


วันที่ 15 กันยายน 2569 จากกรณีหนุ่มวินจักรยานยนต์ซื้อกล่องเงินเก่า กับ กำไลทองเก่า ในราคา 150 บาท เข้าร้านหลอมทอง พบเป็นทองแท้ได้เงินกว่าแสนบาท ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : พลิกชีวิต หนุ่มวิน จยย. ซื้อกล่องเงินเก่า-กำไลทองเก่า 150 บาท ได้เงินกว่าแสนบาท)

ล่าสุด มีรายงานว่าพบหนุ่มส่งอาหารดวงเฮงซื้อสร้อยและจี้ทองคำขาวผสมทองจากตลาดนัดดังย่านรังสิต ในราคา 130 บาทนำมาหลอมที่ร้านหลอมทองย่านเมืองเอก ปรากฏว่าได้เงินไปหลายหมื่นบาทจนเป็นกระแสไวรัลอยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่ร้านหลอมทองเมืองเอก แอนทีกและรับเช่าพระเครื่อง ตั้งอยู่ตลาดราชพฤกษ์ ม.7 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

จากการสอบถาม นายฉัตรมงคล บัวดัง อายุ 30 ปี อาชีพส่งอาหารของร้านสะดวกซื้อ เล่าว่า ตนและแฟนสาวมักไปเดินเลือกซื้อของมือสองที่ตลาด “เดอะมิลล์” รังสิตเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงตลาดนัดเย็นวันพฤหัสบดี เนื่องจากชื่นชอบการหาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและของเก่ามาซ่อมใช้งาน ซึ่งแฟนสาวสังเกตเห็นจี้ลักษณะคล้ายสร้อยวางอยู่ในถาดรวมกับสินค้ามือสองเห็นว่ามีลวดลายสวยงามจึงตัดสินใจซื้อในราคา 130 บาท โดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นทองคำจริง

หลังจากนำกลับบ้านสังเกตว่าชิ้นงานมีลักษณะไม่หมองหรือเปลี่ยนสี จึงนำไปตรวจสอบที่ร้านทอง ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าเป็นทองแท้ ก่อนตัดสินใจนำมาประเมินราคาที่ร้านรับซื้อทองและอัญมณีที่ร้านหลอมทองเมืองเอก แอนทีกและรับเช่าพระเครื่อง จนเจ้าของร้านแจ้งว่า หลอมแล้วได้เงินทั้งสิ้น 40,100 บาท ตนจึงรู้สึกตกใจและดีใจมากและไม่คิดเลยว่าจะเป็นทองแท้เพราะตอนซื้อก็แค่เห็นว่าสวยดีและแค่ 130 บาทเท่านั้น

สำหรับเงินที่ได้รับจากการขายทองนั้น แฟนสาวจะนำไปใช้ชำระหนี้เป็นอันดับแรก และตนกับแฟนก็ยังคงไปเดินตลาดเดอะมิลล์ รังสิต เป็นตลาดมือสองขนาดใหญ่ มีสินค้าหลากหลายประเภท และเชื่อว่าความโชคดีครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันและอาจจะเจออีกก็ได้

ด้านนายปิยะพงษ์ อินทรตุล อายุ 35 ปี เจ้าของร้านหลอมทองเมืองเอก แอนทีกฯ เล่าว่า กรณีลูกค้ารายหนึ่งนำเครื่องประดับมาหลอมทองนั้น ครั้งแรกได้นำสร้อยทองลายสองสีและจี้เข้ามาให้ตรวจสอบ พบว่ามีเปอร์เซ็นต์ทอง 96.5% จึงประเมินราคาให้ แต่ลูกค้าขอกลับไปตัดสินใจก่อน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงเขากลับมาขายวันนั้นได้รับเงินกว่า 40,100 บาท

อีกทั้งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบของมีค่าจากตลาดนัดดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้มีลูกค้านำเครื่องประดับนากมาขาย ซึ่งซื้อมาในราคาเพียง 50 บาท แต่เมื่อตรวจสอบแล้วสามารถขายได้มากกว่าหนึ่งหมื่นบาท โดยเป็นของที่ซื้อจากตลาดเช่นเดียวกัน สำหรับที่มาของสินค้ามือสองนั้นหลายชิ้นมาจากการเหมาสินค้าจากโกดังญี่ปุ่น หรือบ้านเก่าที่เจ้าของเสียชีวิตแล้ว ลูกหลานเข้าใจผิดว่าเป็นของปลอม จึงนำมาขายรวมกับเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และของใช้ต่าง ๆ ทำให้เครื่องประดับมีค่าปะปนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย

หลังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มีประชาชนนำของเก่ามาให้ตรวจสอบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ตอนนี้มีคนเอาของมาเช็กทั้งวันเลย ทางร้านยินดีตรวจฟรีอยู่แล้ว และเวลารับซื้อก็ซื้อเต็มเปอร์เซ็นต์ ไม่หักแม้แต่บาทเดียว ลูกค้าจะได้รับราคาตามจริง”

อีกทั้งการตีราคารับซื้ออ้างอิงจากเครื่องยิงเปอร์เซ็นต์มาตรฐานและการชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด คิดราคาตามทุกจุดทศนิยม ไม่มีการกดราคาหรือแจ้งมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ส่วนวิธีสังเกตเบื้องต้นนั้นตนเองแนะนำว่า โลหะมีค่าอย่างทอง เงิน และนาก มักมีน้ำหนักมากกว่าโลหะทั่วไป แต่ย้ำว่า “หนักอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นของมีค่า ต้องตรวจสอบด้วยเครื่องมือ และบางทีก็ต้องอาศัยดวงเหมือนกัน

ทั้งนี้ หลังจากมีการปล้นทองกันขึ้นบ่อยครั้งซึ่งตำรวจก็เคยเข้ามาสอบถามที่ร้านถึงมาตรการในการรับซื้อและรับหลอมทองคำ เพื่อป้องกันกรณีผู้ไม่หวังดีนำทองคำที่อาจเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมมาขายหรือหลอม โดยทางร้านให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตัวตนและที่มาของทองคำอย่างละเอียด โดยขั้นตอนแรกผู้ที่นำทองคำมาขายหรือหลอมจะต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นทางร้านจะสอบถามถึงที่มาของทองคำว่าได้มาอย่างไร ซื้อมาจากที่ใด หรือเป็นของใคร พร้อมทั้งพิจารณาลักษณะและพฤติกรรมของผู้ที่นำทองมาทำรายการประกอบด้วย

หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น บุคคลแต่งกายคล้ายคนเก็บของเก่า แต่กลับนำทองคำมูลค่าจำนวนมาก เช่น 10–20 บาท มาขาย ก็ถือเป็นกรณีที่มีความเสี่ยงและทางร้านจะเลือกไม่รับซื้อ ต้องดูรูปพรรณสัณฐาน อย่างน้อยต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนก่อน หากไม่มีบัตรประชาชน ทางร้านจะไม่รับซื้อเลย” นายปิยะพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ ทางร้านยังจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ เช่น ซื้อทองมาจากไหน ได้มาจากใคร หรือเป็นของใคร รวมถึงสังเกตบุคลิกและอาการของผู้ที่นำทองมาทำรายการว่ามีลักษณะตื่นเต้น ตื่นตระหนก หรือมีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือไม่ และการตรวจสอบตัวตน ที่มาของทองคำ รวมถึงพฤติกรรมของผู้ขาย ถือเป็นมาตรการของทางร้านในการรับซื้อและรับหลอมทอง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ทองคำที่อาจได้มาจากการกระทำผิดถูกนำเข้าสู่กระบวนการซื้อขายหรือหลอมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะกำลังสัมภาษณ์ หนุ่มผู้โชคดีอยู่นั้นได้มีชาวบ้านรายหนึ่งมาจากดอนเมืองนำของเก่าทั้งพระจำนวนมากและแหวนเงิน รวมถึงกำไลนาคที่เหมามาในราคา 500 บาท ซึ่งทางร้านหลอมทองเมืองเอก แอนติก และรับเช่าพระเครื่องได้สังเกตเห็นกำไลนาค จึงได้นำไปตรวจเครื่องตีเปอร์เซ็นต์ปรากฏว่าตีราคาออกมาแล้วได้เงินจำนวน 5,000 บาท ทำให้หนุ่มจากดอนเมืองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก.