ชาวบ้านบุรีรัมย์ ขอรัฐบาลต่อสิทธิ “บัตรคนจน” 1,000 บาท ควบคู่ “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เป็นของขวัญปีใหม่ หลังโครงการบัตรสวัสดิการฯ และไทยช่วยไทยพลัส จ่อสิ้นสุดเดือนกันยายน


วันที่ 14 กันยายน 2569 จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ว่า ขณะนี้โครงการเหลือเดือนสุดท้าย และยังมีงบประมาณเหลือจากประชาชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท โดยได้สั่งการให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาขยายระยะเวลาการใช้โครงการออกไปอีก 1-2 เดือน โดยให้อยู่ภายในกรอบวงเงินที่มี


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การขยายโครงการจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเหลืออีก 3 เดือน คือ ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม โดยงบประมาณที่เหลือสามารถนำมาใช้ได้เท่าใดก็จะดำเนินการตามกรอบที่มี เพื่อช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น


ผู้สื่อข่าวลงสอบถามนางวรรณประภา วงศ์ขันธุ์ อายุ 45 ปี แม่ค้าขายผลไม้ในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาลมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะช่วงที่มีการปิดด่านพรมแดนช่องสายตะกูอย่างไม่มีกำหนด


นางวรรณประภา กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้ จะถือเป็นการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาต่อโครงการไปจนถึงสิ้นปี เพราะเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งน่าจะช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น


ด้าน นางมะลิวรรณ อินทร์จันทร์ อายุ 65 ปี แม่ค้าขายสเต็กในเขตเทศบาลตำบลบ้านกรวด กล่าวว่า รู้สึกดีหากรัฐบาลจะต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก เพราะจะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และทำให้มีรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน


ขณะที่ นางแจ่มจันทร์ หอมหวน อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ทราบข่าวว่ารัฐบาลเตรียมพิจารณาต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 1-2 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน


พร้อมกันนี้ นางแจ่มจันทร์ ยังอยากฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้พิจารณาต่ออายุโครงการช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” ซึ่งมีวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาท และมีเงินเพิ่มพิเศษอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดภายในเดือนกันยายนนี้


“อยากให้รัฐบาลพิจารณาต่อโครงการบัตรคนจนควบคู่ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะประชาชนยังมีภาระค่าครองชีพสูง หากได้รับการช่วยเหลือต่อเนื่องก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น” นางแจ่มจันทร์ กล่าว.