หากเอ่ยถึง “เคล็ดลับความสำเร็จ” ของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงเทคนิคยิงแอด การจับกระแสสินค้า หรือการปั้นคอนเทนต์ให้ไวรัล แต่ในความเป็นจริง ท่ามกลางสมรภูมิอีคอมเมิร์ซที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ต่อให้ผู้ประกอบการไทยจะเก่งกาจเพียงใด กำแพงสูงชันที่มักขวางกั้นความเติบโตคือ ต้นทุน และค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการไทย

 คุณพีระศักดิ์ แซ่ตั้น CEO & Co-Founder และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มธุรกิจ Technology & Logistics Ecosystem ผู้เชี่ยวชาญในวงการกว่า 15 ปี เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับรู้ปัญหา แต่เลือกลงมือสร้าง “ทางออก” เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการไทย
คุณพีระศักดิ์ แซ่ตั้น CEO & Co-Founder และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มธุรกิจ Technology & Logistics Ecosystem ผู้เชี่ยวชาญในวงการกว่า 15 ปี เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับรู้ปัญหา แต่เลือกลงมือสร้าง “ทางออก” เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการไทย

ทั้งหมดคือความเจ็บปวดที่คนทำงานออนไลน์คุ้นเคยกันดี แต่สำหรับ คุณพีระศักดิ์ แซ่ตั้น (เดี่ยว) CEO & Co-Founder Technology & Logistics Ecosystem ผู้เชี่ยวชาญในวงการกว่า 15 ปี เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับรู้ปัญหา แต่เลือกลงมือสร้าง “ทางออก” เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการไทย ไทยรัฐออนไลน์พาร่วมพูดคุย และถอดรหัสแนวคิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะพลิกฟื้นให้คนไทยกลับมาพึ่งพาตนเอง และแข่งขันได้อย่างเต็มภาคภูมิ

พีระศักดิ์ สะท้อนภาพการเข้ามาของทุนต่างชาติที่ทำให้คนไทยเสียเปรียบไว้อย่างน่าสนใจ “ทุกวันนี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยไม่ได้เก่งน้อยไปกว่าใคร เพียงแต่เมื่อทุนต่างชาติเข้ามาพร้อมกับร้านค้าข้ามชาติ ต้นทุนของเรากลับพุ่งสูงกว่าเขาทันที ทั้งภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าจัดส่ง สุดท้ายแม้จะขายของได้ แต่กำไรกลับแทบไม่เหลือ”
พีระศักดิ์ สะท้อนภาพการเข้ามาของทุนต่างชาติที่ทำให้คนไทยเสียเปรียบไว้อย่างน่าสนใจ “ทุกวันนี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยไม่ได้เก่งน้อยไปกว่าใคร เพียงแต่เมื่อทุนต่างชาติเข้ามาพร้อมกับร้านค้าข้ามชาติ ต้นทุนของเรากลับพุ่งสูงกว่าเขาทันที ทั้งภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าจัดส่ง สุดท้ายแม้จะขายของได้ แต่กำไรกลับแทบไม่เหลือ”

วิกฤตคนเก่ง ที่พ่ายแพ้ให้กับคำว่าต้นทุน

คุณเดี่ยวสะท้อนภาพการเข้ามาของทุนต่างชาติที่ทำให้คนไทยเสียเปรียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในประเทศไทยมีแพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามาค่อนข้างมาก ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างชาติมีบทบาทสูงในตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือก และอำนาจต่อรองค่อนข้างจำกัด

“ทุกวันนี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยไม่ได้เก่งน้อยไปกว่าใคร เพียงแต่เมื่อทุนต่างชาติเข้ามาพร้อมกับร้านค้าข้ามชาติ ต้นทุนของเรากลับพุ่งสูงกว่าเขาทันที ทั้งภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าจัดส่ง สุดท้ายแม้จะขายของได้ แต่กำไรกลับแทบไม่เหลือ”

จาก Pain Point ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับเรื่องค่าธรรมเนียม และต้นทุนจากการขายผ่านแพลตฟอร์มที่กระทบต่อ Margin ของผู้ประกอบการ จนกำไรหดหาย คุณเดี่ยวจึงตั้งเป้าทวงคืนความยุติธรรม โดยการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงทุกมิติของการค้าออนไลน์ เพื่อลบจุดอ่อน และดึงอำนาจต่อรองกลับคืนมา

คุณพีระศักดิ์ เล่าถึงภาพรวมธุรกิจ ที่สร้างมาเพื่อเป็น “หลังบ้าน” ให้ธุรกิจไทยไว้ว่า “ธุรกิจของเราเริ่มทำตั้งแต่ระบบช่วยเหลือการขาย สร้างเครือข่ายขนส่งที่เข้มแข็ง และมีจุดรับพัสดุที่ครอบคลุม การที่เราเข้าใจเส้นทางการขายของคนไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำให้เราสามารถสร้าง Ecosystem ของตัวเองที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับแพลตฟอร์มต่างชาติที่ช่วยพ่อค้า - แม่ค้าได้”
คุณพีระศักดิ์ เล่าถึงภาพรวมธุรกิจ ที่สร้างมาเพื่อเป็น “หลังบ้าน” ให้ธุรกิจไทยไว้ว่า “ธุรกิจของเราเริ่มทำตั้งแต่ระบบช่วยเหลือการขาย สร้างเครือข่ายขนส่งที่เข้มแข็ง และมีจุดรับพัสดุที่ครอบคลุม การที่เราเข้าใจเส้นทางการขายของคนไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำให้เราสามารถสร้าง Ecosystem ของตัวเองที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับแพลตฟอร์มต่างชาติที่ช่วยพ่อค้า - แม่ค้าได้”

จิ๊กซอว์ Ecosystem ที่สร้างมาเพื่อเป็น “หลังบ้าน” ให้ธุรกิจไทย

หากมองผิวเผิน บริษัทในเครืออาจดูเป็นธุรกิจที่แยกส่วนกัน แต่ในภาพใหญ่ ทุกบริษัทคือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วและติดปีกให้ผู้ประกอบการไทยในทุกขั้นตอนการทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วย

iShip Service แพลตฟอร์มตัวกลางด้านการจัดส่งที่เข้ามาทลายกำแพงเรื่องค่าขนส่ง ทำหน้าที่รวบรวมบริษัทขนส่งชั้นนำไว้ในที่เดียว เพื่อให้ร้านค้ารายย่อยมี “อำนาจต่อรอง” ได้เรตราคาที่ถูกและยุติธรรมที่สุด ปัจจุบันช่วยลดต้นทุนและได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานกว่า 7,000 ราย

รวมถึง DPlus Express ที่ไม่ใช่แค่ร้านรับ-ส่งพัสดุ แต่เป็นการสร้างอาชีพและเปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ผ่านโมเดลแฟรนไชส์ที่ยืดหยุ่น ลดข้อผูกมัดที่ไม่จำเป็น สามารถทำเป็นรายได้เสริมควบคู่กับงานประจำได้ ปัจจุบันขยายความสำเร็จไปแล้วกว่า 3,500 สาขาทั่วประเทศ

ส่วนสำคัญอย่าง CF Innovation เปรียบเสมือนขุนพลด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยจัดการความวุ่นวายหลังบ้าน พัฒนาระบบ OMS (Order Management System) และ Live Commerce ช่วยให้นักขายออนไลน์จัดการออเดอร์ บริหารสต็อก และดูแลลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ ไร้รอยต่อ

“ธุรกิจของเราเริ่มทำตั้งแต่ระบบช่วยเหลือการขาย สร้างเครือข่ายขนส่งที่เข้มแข็ง และมีจุดรับพัสดุที่ครอบคลุม การที่เราเข้าใจเส้นทางการขายของคนไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทำให้เราสามารถสร้าง Ecosystem ของตัวเองที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับแพลตฟอร์มต่างชาติที่ช่วยพ่อค้า - แม่ค้าได้” คุณเดี่ยวกล่าว

ShopChill ชุบชีวิตร้านค้าด้วยจุดยืน 0% GP

จิ๊กซอว์ชิ้นล่าสุดที่ใช้เวลาซุ่มพัฒนาระบบจากบิ๊กดาต้ากว่า 4 ปีเต็ม คือ ShopChill แพลตฟอร์ม Marketplace สัญชาติไทยที่ประกาศจุดยืนเคียงข้างผู้ประกอบการด้วยนโยบาย “งดเก็บค่าธรรมเนียม GP (0%)” นี่ไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาดฉาบฉวย แต่คือความตั้งใจที่จะคืนพื้นที่ทำกินให้คนไทย

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เมื่อไม่เก็บค่า GP แล้วบริษัทจะหารายได้จากส่วนไหน คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในความแข็งแกร่งของ Ecosystem ที่ปูทางไว้ แพลตฟอร์มสามารถขับเคลื่อนรายได้จากฟีเจอร์และบริการเสริมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ด้วยระบบจัดการที่ครบวงจรเข้ามาช่วยเติมเต็ม จึงไม่จำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้ขาย กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสช่วยให้ผู้ขายลดต้นทุนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และมี Margin เหลือสำหรับนำกลับไปต่อยอดธุรกิจมากขึ้น

เป้าหมาย 1,000 ล้าน ที่ไม่ได้วัดแค่รายได้ แต่วัดจากความสำเร็จของทุกคน

สำหรับเป้าหมายก้าวสำคัญในการผลักดันรายได้รวมให้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2026 คุณเดี่ยวมองว่า ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงความทะเยอทะยานทางธุรกิจ หรือเป้าหมายความสำเร็จส่วนตัวของบริษัท หากมองย้อนกลับไปในปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจทั้งเครือสามารถปิดยอดรวมไปได้กว่า 600 ล้านบาท และเพียงครึ่งแรกของปีปัจจุบัน เฉพาะแค่ iShip ก็ทำยอดทะลุ 338.65 ล้านบาท เดินมาถึงครึ่งทางของความฝันได้อย่างสวยงาม

ทว่านัยสำคัญที่แท้จริงของเป้าหมายพันล้าน คือการสร้าง “มูลค่าการหมุนเวียน” ของการค้าออนไลน์ให้อยู่ในระบบนิเวศของคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ 

คุณเดี่ยวให้ทัศนะเพิ่มอย่างน่าสนใจว่า “หากเม็ดเงินเหล่านั้นหมุนเวียนอยู่ใน Ecosystem ที่สามารถรักษาสัดส่วนกำไร ไว้ได้ราว 10-20% เพื่อหล่อเลี้ยงผู้ประกอบการรายย่อย แทนที่จะถูกหักและไหลออกไปสู่แพลตฟอร์มข้ามชาติ มันจะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นได้อย่างยั่งยืนขนาดไหน นี่ต่างหากคือบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า โครงสร้างพื้นฐานของคนไทย แข็งแกร่งพอที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันในสนามที่ใหญ่ขึ้นได้ในระยะยาว”

ทิศทางแห่งอนาคต สู่โครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนชีวิตคนไทย

ท้ายที่สุด การพูดคุยในครั้งนี้ทำให้เราตระหนักได้ว่า พลังของคนไทยหากได้รับการสนับสนุนด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ 

“ปัจจุบันผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยเริ่มตื่นตัว หันมาให้ความสำคัญ และพร้อมจะสนับสนุนสินค้าของคนไทยด้วยกันเองมากขึ้น” คุณเดี่ยวกล่าวแสดงทัศนะ พร้อมความเชื่อมั่นว่า “นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่เครือข่ายธุรกิจของเรา จะขออาสาเข้ามาเป็น 'ฟันเฟือง' ตัวช่วยดูแลระบบหลังบ้าน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการพัฒนาสินค้าและโฟกัสธุรกิจของตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง”

“ผมอยากเห็นพ่อค้าแม่ค้าคนไทย กลับมามีอำนาจต่อรองในการค้าขายมากยิ่งขึ้น สามารถทำกำไร เติบโต และโฟกัสในสิ่งที่ธุรกิจของตัวเองทำอยู่ได้อย่างเต็มศักยภาพ เราพร้อมนำเสนอบริการที่จะเป็นตัวช่วยให้คนไทยสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลและสนับสนุนกันเอง เป้าหมายของเราคือการสร้างทางเลือกและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้ผู้ประกอบการไทย มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ลดต้นทุน และสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง เพื่อแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” คุณเดี่ยวได้กล่าวทิ้งท้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น