เมื่อ SME ไทยไม่ได้ขาดแค่เงินทุน แต่ยังต้องการตลาด ความรู้ และโอกาส สสว. เดินหน้าบทบาท “The Growth Connector” ลงพื้นที่ 4 ภาค รับฟังปัญหาจากคนทำธุรกิจจริง พร้อมเปิด 5 กุญแจปลดล็อก ตั้งแต่ทุน ความรู้ ตลาด ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และนโยบายรัฐ ดึงผู้เข้าร่วมงานกว่า 7,000 คนเข้าถึงโอกาสใหม่

ในวันที่โลกธุรกิจหมุนเร็วกว่าเดิม การเป็นผู้ประกอบการ SME อาจต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เพราะแม้จะมีสินค้า มีไอเดีย หรือมีศักยภาพ แต่หากขาดเงินทุน ขาดช่องทางตลาด ไม่รู้ว่าจะเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐได้อย่างไร หรือไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการแข่งขัน ธุรกิจก็อาจไปต่อได้ยาก

โจทย์นี้กลายเป็นภารกิจสำคัญของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่กำลังเดินเกมรุกครั้งใหม่ ผ่านแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” เปลี่ยนภาพจากหน่วยงานที่ให้ข้อมูลหรือสนับสนุนผู้ประกอบการ มาเป็น “The Growth Connector” หรือผู้เชื่อมโยงโอกาสการเติบโต ที่พร้อมเข้าถึง SME ทุกพื้นที่และช่วยเปิดประตูไปสู่โอกาสที่เหมาะกับแต่ละธุรกิจ

หัวใจของภารกิจครั้งนี้คือ “กุญแจ 5 ดอก” ได้แก่ แหล่งเงินทุน, ความรู้และคำปรึกษา, โอกาสทางการตลาด, ข้อมูลและสิทธิประโยชน์ และนโยบายจากภาครัฐ ซึ่ง สสว. ต้องการนำมาเป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการก้าวข้ามข้อจำกัด และเดินหน้าธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4 ภาค 4 โจทย์ สะท้อนศักยภาพของ SME ไทยที่หลากหลายในแต่ละท้องถิ่น

หลังเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 สสว. เดินหน้าต่อด้วยการ ลงพื้นที่สัญจร 4 ภูมิภาคตลอดเดือนสิงหาคม เพราะโจทย์ของ SME แต่ละพื้นที่ไม่ได้เหมือนกัน และโอกาสในการเติบโตก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเดียว

ผลตอบรับจากการเดินทางครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 7,000 คน สะท้อนความสนใจของผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าถึงทั้งความรู้ เครื่องมือ และโอกาสจากภาครัฐมากขึ้น

จุดหมายแรกคือภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เป็นแต้มต่อของธุรกิจ” โดย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมลงพื้นที่ อ.แม่แตง และ อ.สันทราย เพื่อพบปะผู้ประกอบการและรับฟังปัญหาจากพื้นที่จริง

หนึ่งในโจทย์ที่ถูกหยิบขึ้นมาคือการลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยมีแนวทางผลักดัน แพลตฟอร์ม e-Commerce ของไทย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า ลดต้นทุนค่าธรรมเนียม และสร้างโอกาสให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

จากภาคเหนือ สสว. เดินทางต่อไปยังภาคใต้ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กับโจทย์ “เปิดประตูการค้าชายแดน เชื่อมธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก” ซึ่งสะท้อนศักยภาพของพื้นที่ชายแดนในการเป็นประตูเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับตลาดต่างประเทศ

ต่อด้วย จังหวัดชลบุรี ในภาคตะวันออก กับแนวคิด “ยกระดับซัพพลายเชนท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่โอกาสธุรกิจไร้ขีดจำกัด” และปิดท้ายที่ จังหวัดขอนแก่น ภาคอีสาน ภายใต้แนวคิด “ส่งพลังท้องถิ่น สู่จุดแข็งบนเวทีโลก”

4 จังหวัด 4 แนวคิด จึงสะท้อนภาพเดียวกันว่า ศักยภาพของ SME ไทยกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพียงแต่แต่ละพื้นที่ต้องการ “ตัวช่วย” ที่แตกต่างกัน

จาก “สร้างการรับรู้” สู่ “เข้าถึงและใช้ได้จริง”

อีกจุดที่น่าสนใจของแคมเปญ “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” คือการพยายามทำให้เรื่องที่บางครั้งดูเข้าถึงยาก กลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้กับธุรกิจของตัวเองได้จริง

กิจกรรมภายในงานสัญจรจึงมีทั้งนิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟ กิจกรรมให้ความรู้ และ ศูนย์ OSS (One-Stop Service) ที่เปิดให้คำปรึกษาธุรกิจฟรี เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาพูดคุยและหาคำตอบเกี่ยวกับการทำธุรกิจได้โดยตรง

ขณะที่เวที “The Unlock Stage” เลือกใช้วิธีเล่าผ่าน “คนทำจริง” โดยดึงผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมาถ่ายทอดบทเรียนที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการรับมือกับปัญหาและการสร้างแบรนด์ให้เติบโต


ตั้งแต่ ไอซ์พาดี้-ภาวิดา เจ้าของแบรนด์ Happy Sunday, ป้าตือ-สมบัษร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพลักษณ์และออร์แกไนเซอร์ และ วิท-วริศ เจ้าของแบรนด์ซิงซิงหม่าล่า ในงานเปิดตัวที่กรุงเทพฯ


ก่อนเดินทางต่อใน 4 ภาค โดยมี มาวิน ทวีผล แชร์ประสบการณ์ไอเดียการทำฟู้ดคอนเทนต์ (เชียงใหม่), เคน-ภูภูมิ กับธุรกิจร้านขนมเคนภูปัง (หาดใหญ่), ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย เจ้าของธุรกิจขนมโฮมเมด NAVORI (ชลบุรี) และ ต้าห์อู๋-พิทยา กับธุรกิจแบรนด์โกโก้ในตำนาน (ขอนแก่น)


สสว. ชี้ ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่อยู่ที่ SME นำไปปรับใช้

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า “การจัดงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” ไม่ได้เป็นเพียงการจัดกิจกรรม แต่เป็นการเดินทางไปเพื่อรับฟังและพูดคุยเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทย สะท้อนภารกิจของ สสว. ในการเป็นผู้ปลดล็อกเชิงรุกและเชื่อมโยงโอกาส สนับสนุนการก้าวข้ามขีดจำกัดและเดินหน้าธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง

สิ่งที่ สสว. มองว่าเป็นความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่รวมถึงการทำให้ผู้ประกอบการ รู้จัก เข้าใจ และมั่นใจในบทบาทของ สสว. รวมถึงสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง และต่อยอดโอกาสในอนาคต”

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การ “ปลดล็อก” SME คือการช่วยเปิดประตูที่ผู้ประกอบการอาจยังมองไม่เห็น ภารกิจของ สสว. จึงกำลังพยายามเชื่อมโยงและเปลี่ยน “ศักยภาพที่มีอยู่” ให้กลายเป็น “โอกาสที่จับต้องได้” เพื่อให้ SME ไทยสามารถขยับจากตลาดในประเทศ ไปสู่การแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สสว. ได้ที่ คอลเซ็นเตอร์ 1301 หรือ 02-142-9000 หรือ เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/officeofsmes และเว็บไซต์ https://sme.go.th/