เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ สบอ.16 ลุยตรวจคาเฟ่สิงโต หลังนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกลูกสิงโตกัดหน้า พร้อมว่ากล่าวตักเตือน เกิดเหตุจากการจัดแสดงแต่ไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมกับสั่งห้ามนักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้มหรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรง เด็ดขาด
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เข้าตรวจสอบคาเฟ่สิงโตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ หลังจากทราบข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ว่า เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชายชาวจีนถูกสิงโตกัดหน้า จนทำให้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าและเรื่องราวนี้ได้ถูกแชร์แพร่หลายไปในสื่อสังคมออนไลน์
จากการตรวจสอบพบว่าลูกสิงโตดังกล่าวได้รับอนุญาตจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ให้เคลื่อนย้ายและเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าจากจังหวัดชลบุรีมาที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำมาจัดแสดงที่คาเฟ่แห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2569
รายงานระบุว่านักท่องเที่ยวชาวจีนแซ่เหลียง ซื้อแพ็กเกจสัมผัส สิงโต 2 ตัว ราคา 1,299 บาท โดยสิงโตมีอายุราว 4-6 เดือน ระหว่างทำกิจกรรม ได้ยินเสียงสิงโตคำรามหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเกิดอันตราย กระทั่งนำใบหน้าเข้าใกล้แนบชิด สิงโตตัวหนึ่งหันกลับมากัดอย่างกะทันหัน ทำให้มีบาดแผล 2 แห่งที่ใบหน้า หลังเกิดเหตุทางร้านทำความสะอาดแผลเบื้องต้นและแจ้งว่าสิงโตได้รับวัคซีนแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยืนยันไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ภายหลังการเจรจาร้านคืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมดและจ่ายเงินชดเชยเพิ่มอีก 4,000 บาท
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีที่เกิดเหตุจากการจัดแสดงแต่ไม่มีการแจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมกับสั่งห้ามมิให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้มหรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรงเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกับแนะนำให้ทางร้านเพิ่มมาตรการกำกับดูแลและกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเข้า-ออกพื้นที่จัดแสดงสัตว์ป่าควบคุมอย่างเคร่งครัด
หากปรากฏว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว จะดำเนินการตามกฎหมายทันที