กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสรุปสถานการณ์โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ทั้งโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) เพื่อเตือนภัยประชาชนในการรับมือช่วงฤดูฝน

โควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 แพร่เชื้อง่าย แต่ความรุนแรงไม่เพิ่ม  

นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากการติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน พบว่าประมาณ 50% ของผู้ติดเชื้อเป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 (หรือสายพันธุ์นิมบัส) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยในตระกูลโอมิครอน มีตำแหน่งกลายพันธุ์ที่ทำให้เชื้อติดและแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น แต่จากการติดตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังไม่พบว่าก่อให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด อาการส่วนใหญ่เน้นที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และอาจมีไข้ต่ำๆ คล้ายไข้หวัดทั่วไป

ด้าน พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลสถิติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ส.ค. 2569 มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 99,691 ราย เสียชีวิต 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 0.2% โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต ลำพูน และนนทบุรี ตามลำดับ  

ทั้งนี้ กลุ่มติดเชื้อพบได้ทุกช่วงอายุ แต่มีความถี่สูงในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งมักได้รับเชื้อจากคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กยังไม่มีรายงานเสียชีวิตเนื่องจากได้รับภูมิคุ้มกันมารดาและมียารักษาอย่างฟาวิพิราเวียร์ ส่วนกลุ่มผู้เสียชีวิตหลักยังคงเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 40–60 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว

ไข้หวัดใหญ่ยอดป่วย-ดับแซงโควิด RSV เพิ่มต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ส.ค. 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 333,032 ราย เสียชีวิต 48 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขเสียชีวิตที่สูงกว่าโควิด-19 สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ A/H1N1 ระบาดหนักในกลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 5–9 ปี ขณะที่กลุ่มผู้เสียชีวิตกว่า 90% เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน รวมถึงมีเด็กเสียชีวิตแล้ว 5 ราย  

ขณะที่โรคติดเชื้อไวรัส RSV ในปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 7,020 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝนเช่นกัน

แนะข้อปฏิบัติ ถ้าป่วยหยุดพักที่บ้าน 5 วัน

กรมควบคุมโรค ระบุว่า เชื้อของโรคระบบทางเดินหายใจทั้ง 3 กลุ่มจะอยู่ในร่างกายมากที่สุดช่วง 5 วันแรก จึงขอความร่วมมือผู้ป่วยให้ปฏิบัติปฏิบัติตนดังนี้

  • หยุดพักอยู่บ้าน 5 วัน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ  
  • สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัว หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากอย่างเคร่งครัด  
  • ระยะปลอดภัย หลังผ่าน 7 วัน ปริมาณเชื้อจะลดลงอย่างมาก  
  • มาตรการโรงเรียน เชื้อไม่ได้ทนทานอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการปิดโรงเรียนเสมอไป เน้นให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนพักรักษาตัวที่บ้าน