ปภ. แจ้งเตือน 4 จังหวัดริมน้ำโขง "หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร" เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งช่วง 1 - 6 ก.ย. 69 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ กำชับเตรียมเครื่องจักร พร้อมกำลังสนับสนุนตลอด 24 ชม.
วันที่ 1 ก.ย. 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับการประสานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบว่า อิทธิพลจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้มีฝนตกหนักบริเวณตอนบน ประกอบกับมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นบริเวณประเทศจีนตอนใต้ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยและลาว ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร จะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2.0 - 4.8 เมตร โดยมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
- สถานีหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่าระดับวิกฤตในช่วงวันที่ 2 - 4 ก.ย. 69 และคาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 4 ก.ย. 69 สูงกว่าระดับวิกฤตประมาณ 0.28 เมตร
- สถานีบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีแนวโน้มสูงกว่าระดับวิกฤตในช่วงวันที่ 2 - 5 ก.ย. 69 โดยคาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 5 ก.ย. 69 สูงกว่าระดับวิกฤตประมาณ 1.22 เมตร
พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ได้แก่
- จังหวัดหนองคาย (อำเภอเมืองฯ สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ โพนพิสัย และรัตนวาปี)
- จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอเมืองบึงกาฬ ปากคาด บุ่งคล้า และโซ่พิสัย)
- จังหวัดนครพนม (อำเภอเมืองฯ บ้านแพง ท่าอุเทน และธาตุพนม)
- จังหวัดมุกดาหาร (อำเภอเมืองฯ หว้านใหญ่ และดอนตาล)
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ กอปภ.ก. ได้กำชับจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ ติดตามระดับน้ำแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลสนับสนุนพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงหรือขยายวงกว้าง ให้จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมทรัพยากรเข้าประจำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อเร่งบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
พร้อมกำชับจังหวัดแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำโขง พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ให้ติดตามระดับน้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และพร้อมเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หอกระจายข่าว วิทยุท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้ทันเวลา
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM