“ป้าดา-ทายาทนายเฮียง” ตั้งที่ปรึกษา จ่อร้อง “นายกฯ-ปกรณ์” สอบวัดป่าอดุลยาราม ตั้งข้อสงสัยที่มาเจ้าอาวาส-การจัดตั้งวัด เตรียมแจ้งกองปราบเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง


เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” พร้อมด้วยนางบัวไข สรสมุทร ทายาทของ นายเฮียง พิมพ์ศรี และนายวรเดช ช่างบุ ที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกของนางบัวไข ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณี การแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม

  

โดยนายวรเดช บอกว่า ก่อนออกมาแถลงข่าวมีความมั่นใจในข้อมูล เนื่องจากมีประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบเรื่องวัดและเคยนำคำพิพากษาคดีที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับวัดร้างในจังหวัดตราดมาใช้เป็นกรณีศึกษา 


ส่วนกรณีวัดป่าอดุลยาราม นายวรเดช ตั้งข้อสงสัยว่า เจ้าอาวาสมีการมาตั้งแต่ปี 2535 ขณะที่มีประกาศตั้งวัดในปี 2541 โดยตั้งคำถามว่า หากยังไม่มีวัด แล้วจะสามารถแต่งตั้งเจ้าอาวาสได้อย่างไร รวมถึงขั้นตอนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสมีการเสนอชื่อและแต่งตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่ และยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ “ใบตราตั้ง” ว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ 

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการสร้างวัด ซึ่งต้องทำผังแสดงที่ตั้ง รายละเอียดอาคาร พร้อมภาพถ่ายส่งให้มหาเถรสมาคมพิจารณาก่อนประกาศตั้งเป็นวัด จึงต้องการตรวจสอบว่าในปี 2541 มีการจัดทำและผ่านขั้นตอนดังกล่าวจริงหรือไม่ และทำไมเอกสารหรือภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการตั้งวัดจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยมีการอ้างว่าเป็น “ความลับ” 


 อีกประเด็นคือมีการสงสัยเกี่ยวกับที่ดิน การยกที่ดินให้สร้างวัดกับการโอนที่ดินให้วัดเป็นคนละขั้นตอน จึงต้องตรวจสอบว่าในปี 2541 การสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการเรื่องกรรมสิทธิ์หากการสร้างวัดในปี 2541 ถูกต้อง ทายาทก็พร้อมยอมรับและดำเนินการตามนั้น แต่หากการสร้างวัดไม่ถูกต้องก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง 


ส่วนกรณีเอกสารสิทธิ์ที่ดินซึ่งทางทายาทเคยขอตรวจสอบโฉนด แต่ได้รับข้อมูลจากเจ้าอาวาสว่าโฉนดไม่ได้อยู่ที่วัด แต่อยู่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จึงตั้งคำถามว่าปัจจุบันโฉนดอยู่ที่ใด และเหตุใดทายาทจึงไม่สามารถตรวจสอบเอกสารดังกล่าวได้


โดยนายวรเดช บอกว่า การออกมาแถลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการเอาที่ดินคืน หากตรวจสอบแล้วพบว่าวัดป่าอดุลยารามจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย ทายาทก็พร้อมยอมรับ 


แต่หากพบข้อผิดพลาดตั้งแต่ขั้นตอนการแต่งตั้งเจ้าอาวาส การสร้างวัด หรือการจัดการที่ดิน ก็จำเป็นต้องตรวจสอบและดำเนินการให้ถูกต้อง และหลักฐานเด็ดที่เตรียมมา ก็คือการจัดตั้งเจ้าอาวาสไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตนเชื่อว่ามีการยัดไส้เอกสาร และได้ตรวจสอบจนมั่นใจว่า ใบเสนอเจ้าอาวาสไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ไปเสนอตั้งวัดแล้ววัดจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ สำหรับเรื่องนี้ “ผมเอาคอเป็นประกัน“  



ทางด้าน ป้าดา ระบุเพิ่มเติมว่า ได้พยายามยื่นขอเอกสารหลักฐานจากสำนักพุทธฯ มาแล้วกว่า 20 ครั้ง แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง จึงขอเรียกร้องไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาสั่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และเตรียมนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อ กองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำเอกสารและหลักฐานเท็จต่อไป