เปิดใจ “เจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม” ยอมรับทายาทของ “นางอุทัย” ฟ้องวัดขอทวงที่ดินคืนถึง 2 ครั้ง ชี้หลังถวายที่ดิน พื้นที่ดังกล่าวเป็นของรัฐ เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าของวัด ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์คืนได้ เผยวัดเดือดร้อนหนัก เป็นวัดป่า ธรรมยุต ไม่เคยมีตู้บริจาคหรือรับเรี่ยไร ต้องหาเงินสู้คดีชั้นศาล


จากกรณีเกิดเหตุฟ้องร้อง วัดอุทัยธรรม ในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา หลังทายาทของ “นางอุทัย” ผู้บริจาคที่ดิน เดินหน้าฟ้องขอคืนที่ดินทั้งหมดกว่า 11 ไร่ ทั้งที่โอนโฉนดถูกต้องตั้งแต่ปี 2562 ทางด้านไวยาวัจกรของวัด เผยชนวนเหตุน่ามาจากราคาที่ดินพุ่งสูงเกือบไร่ละ 8 แสนบาท จากเดิมแค่ 4 แสน ขณะเดียวกันมีชายอ้างเป็นญาติโผล่มาขอแบ่งที่ดินวัด 5 ไร่ แต่วัดให้ไม่ได้ ซ้ำยังโดนร้องเรียนห้ามเผาศพอ้าง “กลัวผี” ทำวัดเดือดร้อนหนัก ต้องหาเงินสู้คดีชั้นศาล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 พระมหาพีรดนย์ ฐิตธัมโม เปรียญธรรม 7 ประโยค (ป.ธ. 7) เจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม เปิดใจถึงกรณีที่เกิดขึ้น หลังมีกระแสข่าวลือว่าทายาทของ “นางอุทัย” ฟ้องวัดเพื่อที่จะขอที่ดินคืน โดยยอมรับ ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และทายาทของ “นางอุทัย” ฟ้องวัดเพื่อขอที่ดินคืนถึงสองครั้ง


ไทม์ไลน์ ที่มาที่ไปของการถวายที่ดิน อดีตและถึงปัจจุบัน


  • ปี 2540 “นางอุทัย ขันธนิธี” ผู้ถวายโฉนดที่ดินให้กับพระมหาบุญสงค์ ปิติปุญโญ เปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะนั้นอยู่ที่วัดในจังหวัดปทุมธานี ถวายให้เมื่อปี 2540 รวมทั้งสิ้น 11 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา / เนื่องจาก “นางอุทัย” ไม่มีลูก พอได้รับมรดก ได้แบ่งให้กับพี่น้องบางส่วน และในส่วน 11 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา ได้ถวายให้กับพระมหาบุญสงค์ ปิติปุญโญ อดีตเจ้าอาวาสเพื่อสร้างวัดอุทัยธรรมาราม
  • การฟ้องร้องครั้งที่ 1 ปี 2562-2567 “นายสิงห์” น้องชายของนางอุทัย ไม่เห็นด้วยที่พี่สาวถวายที่ดิน 11 ไร่กว่าให้วัด จึงฟ้องศาล ขอมอบที่ดินผืนทั้งหมดให้กับทายาทผู้สืบสันดานแทน โดยคดีอยู่ที่ศาลชั้นต้น
  • จนกระทั่ง 29 มกราคม 67 ศาลชั้นต้นตัดสิน พื้นที่ที่ถวายให้วัดทั้งหมด เป็นของวัดอุทัยธรรมาราม / แต่ปรากฏว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 67 นางอุทัยประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อผู้ครอบครองของวัด / ส่งผลให้วันที่ 10 มิถุนายน 67 “นายสิงห์” ผู้เป็นทายาท โอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อผู้ครอบครอง วัดอุทัยธรรมาราม ตามคำสั่งของศาล ตามที่ปรากฏในใบสลักหลังของโฉนดที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย
  • การฟ้องร้องครั้งที่ 2 เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในปี 2569 “นายเขียน” น้องชายของนางอุทัย ที่มีอาชีพขายน้ำอ้อย ฟ้องทวงที่ดินวัดคืนทั้งหมด 11 ไร่กว่า ที่ศาลชั้นต้น โดยมีหมายศาลมาหาตน ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดองค์ปัจจุบัน ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569


จากเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องขึ้นศาลไต่สวนกับ “ทายาทของนางอุทัย” 2 ครั้ง ครั้งแรก ไต่สวนในวันที่ 3 สิงหาคม , ครั้งสอง ไต่สวนในวันที่ 18 สิงหาคม , และศาลชั้นต้นให้ตนเองและทายาทของนางอุทัย ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 14 กันยายน ก็ส่งผลให้ต้องขึ้นศาลและมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องศาลจำนวนมาก ทั้งที่วัดแห่งนี้ไม่เคยมีตู้บริจาคหรือรับเรี่ยไร เป็นธรรมยุตกนิกาย (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ธรรมยุต) ก็คือวัดป่า


“ ตนเองอยากให้เข้าใจว่า พระในประเทศไทยไม่มีรูปใดที่มีอำนาจพอที่จะคืนที่ดินให้กับโยมที่เป็นทายาทของผู้ถวายที่ดินได้ หรือว่าจะจัดสรรที่ดินขายได้ เพราะหลังถวายให้วัด ที่ดินเป็นของรัฐไปแล้ว ไม่ใช่อำนาจของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าของวัดนะโยม“


นอกจากนี้ พระมหาพีรดนย์ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม เปิดใจเพิ่มเติมถึงประเด็นที่ห้ามใช้เมรุเผาศพชั่วคราว ไม่เกี่ยวกับเรื่องของทายาท “นางอุทัย” โดยเมรุสร้างมาประมาณ 30 กว่าปี และอดีตเจ้าอาวาสสร้างเองและยังมีการเปิดใช้ ระหว่างที่หลวงพ่อยังไม่มรณภาพ ได้ยื่นเรื่องขอใช้เตาเผาศพปลอดมลพิษจาก อบจ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นไม่นานหลวงพ่อก็มรณภาพ


ซึ่งวัดได้รับความเมตตาจากนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา อนุมัติงบประมาณสองล้านบาท มาติดเตาเผาศพปลอดมลพิษที่วัด แล้วจากนั้นก็มีการเผาศพญาติโยม แต่ปรากฏว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับเตาเผาเมรุพอดี เกิดความกลัว ก็เลยขอให้งดใช้เมรุเผาศพชั่วคราว ก็เป็นประเด็นข้อพิพาทกันจนถึงปัจจุบัน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางช่วงบางตอน พระมหาพีรดนย์ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม เผยว่า วัดอุทัยธรรมาราม ที่ชื่อว่า วัดอุทัยฯ เพราะว่า โยมอุทัย ขันธนิธี เป็นผู้ถวายที่ดิน