ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจทั่วประเทศรับมือสาธารณภัย ระดมกำลัง-รถ-เรือ-โดรน ช่วยประชาชนพื้นที่เสี่ยง ตั้ง ศปก.ตร. คุมสถานการณ์ 24 ชั่วโมง รับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก


วันที่ 19 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้นความลับ “ด่วนที่สุด” สั่งการหน่วยตำรวจทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย หลังมีประกาศเตือนความเสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

คำสั่งดังกล่าวกำชับให้ตำรวจทำหน้าที่ทั้งรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน จัดระบบการจราจร ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยให้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1–9 และ ภ.จว. ถูกกำหนดให้เป็นกำลังหลักในพื้นที่ เตรียมชุดเผชิญเหตุและจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ รถ เรือ และ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อเร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสนับสนุนน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ประสบภัย

นอกจากนี้ ให้จัดเตรียม ครัวสนามและพื้นที่พักพิงชั่วคราว พร้อมวางมาตรการป้องกันสถานที่ราชการ บ้านพักตำรวจ เอกสาร อาวุธ เครื่องกระสุน ผู้ต้องควบคุม และทรัพย์สินของทางราชการไม่ให้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

ด้านตำรวจทางหลวงและตำรวจภูธรในพื้นที่ ต้องจัดการจราจรทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางหลีกเลี่ยง พร้อมอำนวยความสะดวกในการนำประชาชนไปยังโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่ ตำรวจน้ำ เตรียมเรือและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางน้ำเข้าพื้นที่เสี่ยงทันที

ส่วน สพฐ.ตร. เตรียมชุดตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและงานพิสูจน์หลักฐาน, ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจสอบสวนกลาง สนับสนุนกำลังในพื้นที่รับผิดชอบ ขณะที่ กองบินตำรวจ เตรียมอากาศยานพร้อมนักบินสำหรับภารกิจช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสถานีตำรวจทั่วประเทศ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูล สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน แจ้งเส้นทางและพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งบันทึกภาพและวิดีโอการช่วยเหลือเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ผบ.ตร.ยังกำชับให้ ศปก.ตร. เป็นศูนย์สั่งการและประสานข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ทุกหน่วยต้องพร้อมปฏิบัติ และรายงานสถานการณ์ต่อผู้บังคับบัญชาทุก 4–6 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

พร้อมกันนี้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุจัด จิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย และสำรวจความเสียหายของสถานีตำรวจ บ้านพัก และทรัพย์สินราชการอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ผบ.ตร.มอบหมายให้รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบกำกับดูแลภาพรวม พร้อมกำชับทุกหน่วยยึดหลัก “ช่วยประชาชนและอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว” เป็นภารกิจสำคัญ พร้อมเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารและรับแจ้งขอความช่วยเหลือตลอดเวลา เพื่อให้สามารถควบคุมและบริหารสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที.