ปภ. ผนึกกรมอุตุฯ-กรมทรัพยากรธรณี เฝ้าระวังแผ่นดินไหว 16 กลุ่มรอยเลื่อนทั่วประเทศ ย้ำรู้ทันภัย-ไม่ตื่นตระหนก พร้อมใช้ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน


วันที่ 18 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและรอยเลื่อนต่างๆ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานประชุม พร้อมด้วยนายปรีชา สายทอง รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายบุรินทร์ เวชบรรเทิง ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ส่วนกลาง และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ภัยแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้ และทุกประเทศให้ความสำคัญในการตรวจวัด เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภัยแผ่นดินไหวให้ประชาชนทราบ โดยเฉพาะระยะนี้ที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศภูมิภาคเอเชีย แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี ได้ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและรอยเลื่อนต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ

สำหรับรอยเลื่อนที่มีพลังของประเทศไทยปัจจุบันมี 16 กลุ่มรอยเลื่อน ได้แก่ รอยเลื่อนแม่จัน (จ.เชียงราย เชียงใหม่) รอยเลื่อนแม่อิง (จ.เชียงราย) รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน (จ.แม่ฮ่องสอน ตาก) รอยเลื่อนเมย (จ.ตาก กำแพงเพชร) รอยเลื่อนแม่ทา (จ.เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย) รอยเลื่อนเถิน (จ.ลำปาง แพร่) รอยเลื่อนพะเยา (จ.พะเยา เชียงราย ลำปาง) รอยเลื่อนปัว (จ.น่าน) รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ (จ.อุตรดิตถ์) รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ (จ.กาญจนบุรี) รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ (จ.กาญจนบุรี กำแพงเพชร อุทัยธานี ตาก สุพรรณบุรี) รอยเลื่อนระนอง (จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ พังงา) รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย (จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต) รอยเลื่อนเพชรบูรณ์ (จ.เพชรบูรณ์ เลย) รอยเลื่อนแม่ลาว (จ.เชียงราย) และรอยเลื่อนเวียงแหง (จ.เชียงใหม่) 

ซึ่งในการเฝ้าระวัง กรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวทั่วประเทศ 111 สถานี และสถานีตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดิน 55 สถานี รวมถึง สถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก 19 สถานี เพื่อติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ และกรมทรัพยากรธรณีได้ติดตามสำรวจรอยเลื่อนเหล่านี้เสมอ ซึ่งทั้ง 16 รอยเลื่อนนี้ เป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง มีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งรอยเลื่อนที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน และกรมทรัพยากรธรณีได้มีการสำรวจรอยเลื่อนต่างๆ เป็นประจำ 

นอกจากนี้ ด้านการแจ้งเตือนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เกณฑ์แจ้งภัยแผ่นดินไหวผ่านระบบ Cell Broadcast ซึ่งจะแบ่งตามลักษณะและตำแหน่งของการเกิดแผ่นดินไหว ได้แก่

กรณีแผ่นดินไหวบนบก 

  • แผ่นดินไหวบนบกในประเทศไทย จะแจ้งเตือน ตั้งแต่ขนาด 4.0 ขึ้นไป 
  • แผ่นดินไหวบนบกในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะแจ้งเตือน ตั้งแต่ขนาด 6.0 ขึ้นไป 
  • แผ่นดินไหวบนบกหรือในทะเล บริเวณอันดามัน จะแจ้งเตือน ตั้งแต่ขนาด 7.0 ขึ้นไป

กรณีภัยสึนามิ จะแจ้งเตือนตั้งแต่ขนาด 7.6 ขึ้นไป และมีความลึกน้อยกว่า 100 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ในการแจ้งเตือนแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาจะเป็นหน่วยส่งข้อความแจ้งเตือนเป็นหน่วยแรกให้ประชาชนทราบ จากนั้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อความแจ้งการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยให้ประชาชนทราบในลำดับถัดไป

“การเตรียมการล่วงหน้าเพื่องานป้องกันภัยแผ่นดินไหวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องมีการวางแผน ทั้งทางด้านนโยบาย ด้านปฏิบัติการ ด้านวิชาการ วิเคราะห์วิจัย และสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะการรู้ทันภัยแผ่นดินไหว กับเกณฑ์การแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวบนบกและสึนามิ ผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง สามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุสถานการณ์

และนอกเหนือจากการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพแล้ว ภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนและชุมชนที่อยู่ในบริเวณ 16 รอยเลื่อน และจังหวัดที่รับรู้ความสั่นไหวเมื่อเกิดแผ่นดินไหวจากประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค เพื่อให้มีความตระหนักรู้และไม่เกิดความตื่นตระหนก” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว