เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน บริเวณบ้านโคกล่าม ม.10 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ส่งผลให้ผู้โดยสารชาว สปป.ลาว เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง


เมื่อเวลาประมาณ 05.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง จนเกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคัน เหตุเกิดบนถนน 4 เลน กาฬสินธุ์-มุกดาหาร บริเวณบ้านโคกล่าม ม.10 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เขตรอยต่อบ้านคุย อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงและกู้ชีพกู้ภัยเข้าระงับเหตุและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นรถตู้โดยสารทะเบียน 1 นช 5478 กทม. ซึ่งรถตู้คันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารสัญชาติ สปป.ลาว รวมคนขับ 14 ชีวิต เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าที่ จ.มุกดาหาร เพื่อต่ออายุใบอนุญาต และกลับประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเช้าตรู่ รถได้เกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเสียหายทั้งคัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย 



โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวขาว กู้ภัยสามขา และทีมกู้ชีพ ได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บกระจายส่งรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยเป็นผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จำนวน 5 ราย, กู้ภัยบัวขาว นำส่ง 6 ราย, กู้ภัยสามขา นำส่ง 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่าศพดังกล่าวเป็นเพศชายหรือเพศหญิง

จากการสอบถามผู้โดยสารชาว สปป.ลาว ที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ผู้โดยสารที่เป็นชาว สปป.ลาว กำลังเดินทางเพื่อไปต่ออายุใบอนุญาต ที่ จ.มุกดาหาร และกลับประเทศ ช่วงระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารวัยรุ่นชายและหญิง 2 คนที่นั่งร่วมทางมา ได้หันมาบอกกับตน ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าบริเวณหลังคนขับว่า ให้ช่วยเตือนคนขับหน่อย เพราะรู้สึกว่ารถวิ่งเร็วเกินไป ประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตนจึงได้เอ่ยปากบอกคนขับให้ช่วยลดความเร็วลง ซึ่งช่วงแรกคนขับก็ชะลอความเร็วลงตามที่บอก แต่พอผ่านไปสักพักก็กลับมาขับเร็วเหมือนเดิมอีก




นอกจากนี้ ตนยังสังเกตเห็นอาการผิดปกติของคนขับอย่างชัดเจน โดยคนขับมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา นั่งโงกเงก สัปหงกขณะขับรถ และที่น่ากลัว คือคนขับใช้มือเพียงข้างเดียวจับพวงมาลัย ส่วนมืออีกข้างไม่ได้จับ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการจอดพักรถชั่วคราว แต่คนขับก็ไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุตนกำลังจะเตือนคนขับเรื่องความเร็วอีกครั้ง แต่ก็ไม่ทันรถเสียหลักพุ่งลงข้างทางแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่