Hi-Top Technology ผู้พัฒนาโซลูชันตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จับมือ มากมิตร (MAKMITR) ผู้รวบรวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม และ Plus Property ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดตัวโครงการ “Foods Vending” นำร้านดังมาไว้บนตู้ Vending Machine ภายในโครงการที่พักอาศัย เพื่อให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าคุณภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนแนวคิดการยกระดับบริการภายในคอนโดให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่
เมื่อ “ความสะดวก” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัย
พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและการเข้าถึงบริการได้ทุกช่วงเวลา หลายครั้งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือของทานเล่นในช่วงเช้าตรู่ ดึก หรือวันหยุด แต่ร้านค้าภายในโครงการอาจยังไม่เปิดให้บริการ หรือมีข้อจำกัดด้านเวลา
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มมองหาโซลูชันที่ช่วยเติมเต็มบริการภายในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือของ 3 พาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกบ้าน
โครงการ “Foods Vending” จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้งสามองค์กรที่นำความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาผสานเข้าด้วยกัน
- Hi-Top Technology รับหน้าที่พัฒนาและดูแลระบบตู้ Vending พร้อมระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการที่สามารถตรวจสอบยอดขาย สต็อกสินค้า และสถานะการทำงานของตู้แบบออนไลน์
- มากมิตร (MAKMITR) คัดสรรสินค้าและแบรนด์ยอดนิยม เพื่อให้ลูกบ้านสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างหลากหลายจากร้านที่คุ้นเคยมารวมไว้ในตู้มากมาย เช่น HAAB ขนมไข่สงขลาฉ่ำเนย, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน, U-ZAP, น้าเน็กเก๊กฮวย, Pennii Popcorn และ After You
- Plus Property สนับสนุนการนำโซลูชันดังกล่าวเข้าไปให้บริการภายในโครงการที่พักอาศัย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้านและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย
ลูกบ้านสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายผ่านหน้าจอระบบสัมผัส พร้อมรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลหลายช่องทาง และรับสินค้าได้ทันทีภายในไม่กี่นาที
มากกว่าตู้ขายสินค้า แต่คือ Smart Convenience ภายในโครงการ
นอกจากการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้านแล้ว โครงการนี้ยังสะท้อนทิศทางของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังให้ความสำคัญกับ Smart Living และ Smart Convenience มากขึ้น
ตู้ Vending จึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการภายในโครงการ ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา พร้อมลดข้อจำกัดด้านเวลาในการให้บริการของร้านค้า
Hi-Top ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ “ตู้ขายของ” แต่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Smart Retail (Smart Retail Infrastructure) ที่ช่วยเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าภายในโครงการให้กลายเป็นจุดบริการครบวงจร ด้วยจุดเด่นด้านเทคโนโลยี ได้แก่
ระบบบริหารจัดการหลังบ้านแบบเรียลไทม์: ซอฟต์แวร์ของ Hi-Top ช่วยตรวจสอบยอดขาย เช็กสต็อกสินค้า และรายงานสถานะการทำงานของตู้ผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นวัตกรรม Hi-Top AI Vending: ฟีเจอร์ AI ใหม่ล่าสุดที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและปรับเปลี่ยนการจัดวางสินค้าให้เหมาะกับความต้องการของลูกบ้านในแต่ละโครงการได้อย่างยืดหยุ่น
รองรับระบบชำระเงินดิจิทัล (Cashless Payment): หน้าจอสัมผัสใช้งานง่าย รองรับการสแกนจ่ายผ่าน QR Code, Mobile Banking และดิจิทัลวอลเล็ต
เดินหน้าขยายบริการสู่โครงการที่พักอาศัยในอนาคต
ในระยะเริ่มต้น โครงการ Foods Vending มีแผนนำร่องติดตั้งภายในโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Plus Property ปัจจุบันเริ่มเปิดให้บริการแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศ SIRI CAMPUS และ The Line จตุจักร-หมอชิต พร้อมเตรียมทยอยขยายไปยัง Ideo Q จุฬา-สามย่าน, The Base สุขุมวิท 77, The Line วงศ์สว่าง และ The Base สะพานใหม่ รวมถึงมีแผนวางตู้ตามคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารจัดการของ Plus Property เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Hi-Top Technology ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนาเทคโนโลยีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จากเครื่องจำหน่ายสินค้า สู่โซลูชันที่เชื่อมโยงแบรนด์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศด้านค้าปลีกอัตโนมัติที่ตอบรับกับวิถีชีวิตของคนเมืองในอนาคต